พลังชุมชนท้องถิ่น หยุด!เชื้อโควิด-19

องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น… เป็นอีกภาคส่วนหนึ่งที่มีบทบาทสำคัญในการปกป้องประชาชนให้รอดพ้นจากภัยโควิด-19 โดยใช้ทุกสรรพกำลังที่มีอยู่ให้ชุมชนปลอดภัย

บางชุมชนออกมาตรการที่เข้มงวด ให้ทุกคนปฏิบัติตามโดยไม่มีข้อยกเว้น อย่างที่เทศบาลตำบลไทรย้อย อ.เนินมะปราง จ.พิษณุโลก หากใครจะเข้าไปในเขตตำบลไทรย้อย ต้องผ่านจุดคัดกรองที่ รพ.สต. ทั้ง 2 แห่ง ไม่มีการยกเว้น ส่วนพื้นที่ไม่ใกล้ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ อย่างที่ อบต.บางคนที อ.บางคนที จ.สมุทรสงคราม ก็เข้มงวดเฝ้าระวังอย่างเต็มที่ไม่แพ้กัน พร้อมกับประสานความร่วมมือกันระหว่างจังหวัดและท้องถิ่นด้วย

เรณู เล็กนิมิตร นายก อบต.บางคนที บอกว่าเรามีการบูรณาการร่วมกันทั้งทหาร ตำรวจ เจ้าหน้าที่สาธารณสุข อบต. ตั้งด่านสกัด 24 ชั่วโมง ทำให้รถติด หน่วงเวลา คนที่ออกนอกบ้านให้รู้สึกยุ่งยาก ก็ไม่อยากออกจากบ้าน ซึ่งนั่นเท่ากับว่าเป็นการสร้างความปลอดภัยให้กับตัวเอง…ชุมชน…สังคม

ขณะที่มาตรการต่าง ๆ สามารถจัดการควบคุมอย่างเข้มงวดแล้ว ท้องถิ่นอีกหลายพื้นที่ก็แสดงความใส่ใจ ดูแลสมาชิกในชุมชนดุจคนในครอบครัวด้วย ไม่เพียงแต่ออกไปเยี่ยมชาวบ้าน บอกกล่าวถึงพิษภัยของเชื้อร้ายแล้ว บางท้องถิ่นก็มอบสิ่งของจำเป็นให้กับสมาชิกชุมชนที่กักตัวอยู่ในสถานที่ของตัวเองด้วย

อย่างที่เทศบาลตำบลพระแท่น อ.ท่ามะกา จ.กาญจนบุรี ทำเก๋มอบกิ๊ฟเซตให้ลูกบ้านที่ต้องกักตัว ทรงศักดิ์ โชตินิติวัฒน นายกเทศมนตรีตำบลพระแท่น เล่าให้ฟังว่า ตลอดระยะเวลาที่มีการแพร่ระบาด ทางเทศบาลตำบลพระแท่นได้จัดตั้งศูนย์ป้องกันเฝ้าระวังควบคุมโรค เนื่องจากมีกลุ่มเสี่ยงเข้ามาในพื้นที่ค่อนข้างมาก

ทั้งที่เดินทางกลับจากต่างประเทศ 4-5 คน เดินทางกลับจากกรุงเทพฯและปริมณฑล 60-70 คน เดินทางมาจากต่างจังหวัดอีกราว 30 คน ทุกคนต้องกักตัวอยู่ในสถานที่ของตัวเอง

เราจึงประสานงานกับ อสม. ผู้ใหญ่บ้าน หรือผู้ช่วยฯ ของแต่ละหมู่บ้าน นำชุดของขวัญ (Gift Set) ประกอบด้วย…ปรอทวัดไข้ สบู่ เจลแอลกอฮอล์ล้างมือ ขนาด 30 มิลลิลิตร หน้ากากผ้า 2 ชิ้น แบบบันทึกการติดตาม แผ่นพับความรู้แนะนำโรคโควิด-19 ไปมอบให้กับผู้ที่จะต้องกักตัว

พร้อมกับเข้าไปติดตามอาการทุก 2 วัน มีไข้หรือไม่ เก็บตัวจริงไหม

ขณะเดียวกันก็ตั้งกลุ่มไลน์โควิด-19 มีสมาชิกคือเทศบาล ผู้ใหญ่บ้าน และ อสม. เพื่อส่งข้อมูล เก็บข้อมูลรายวัน
“สถานการณ์วันนี้ ทุกหน่วยงาน องค์กร ทั้งฝ่ายท้องถิ่น ท้องที่ ฝ่ายสาธารณสุข ต้องช่วยกันสแกนทุกพื้นที่อย่างละเอียด…ทั่วถึง
เพื่อหยุดการระบาดของเชื้อโควิด-19 ให้ได้ ชุมชนและสังคมจะได้กลับมาสงบสุข ส่งผลถึงการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ…คุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น” นายก ทต.พระแท่น ว่า

เหลียวมองไปที่ท้องถิ่นอีกแห่งหนึ่ง ห่างจากตัวอำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ เกือบ 20 กิโลเมตร เป็นที่ตั้งของเทศบาลตำบลแม่ข่า รับผิดชอบทั้งหมด 13 หมู่บ้าน ชาวบ้านประกอบอาชีพเกษตรกรรมเป็นหลัก เช่น ปลูกลำไย ลิ้นจี่ ส้ม กระเทียม มันเทศ มีชุมชนชาติพันธุ์ลาหู่ ไทใหญ่ อยู่ในเขตตำบลด้วย เพราะพื้นที่ติดกับพม่า

ในยามที่เกิดสถานการณ์โควิด-19 ระบาด มีกลุ่มจากต่างประเทศ เช่น เกาหลี ญี่ปุ่น มาเลเซีย สิงคโปร์ ไต้หวัน…เดินทางกลับมา รวมทั้งในประเทศที่เดินทางมาจากกรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นกลุ่มที่ถือว่ากลับมาจำนวนมากที่สุด รองลงมาจาก…ระยอง ชลบุรี และพื้นที่จังหวัดใกล้เคียง เช่น แพร่ ลำปาง ลำพูน

ที่ผ่านมา…ราว 130 คน ที่ต้องกักตัวอยู่ในสถานที่ของตัวเอง

วีระยุทธ เทพนันท์ นักวิเคราะห์นโยบายและแผนเทศบาลตำบลแม่ข่า บอกว่า แม่งานสำคัญในพื้นที่คือ กลุ่ม อสม.จะช่วยกันสอดส่องทุกพื้นที่เรียกว่า “กลุ่ม อสม.ตาสับปะรด” ดูแล ให้ความรู้ เฝ้าระวังตลอดเวลา พร้อมกันนี้ยังจัดให้มีกิจกรรมเชิงรุกอย่างโครงการล้างมือหน้าบ้าน ล้างมือหน้าโรงเรียน ล้างมือหน้าสำนักงาน ล้างมือหน้าวัด ใครเข้าใครออก เข้าบ้านออกบ้าน จะต้องมีการล้างมือด้วยสบู่

นอกจากนี้ ยังใช้แอปพลิเคชันไลน์ โดยมีการตั้งกลุ่มไลน์เฉพาะขึ้น ชื่อ “กลุ่มโควิด” โดยมีสมาชิกทั้งผู้นำชุมชน เจ้าหน้าที่ รพ.สต. อสม. เทศบาล ที่มีหน้าที่ในการทำงานเข้ามาร่วมในกลุ่ม มีการประชุมผ่านไลน์ วิดีโอคอล เช่น ในสถานการณ์ฉุกเฉินบ้านไหนมีปัญหา ก็จะมีการเปิดประชุมพูดคุยกัน

รวมทั้งอัปเดตสถานการณ์จากศูนย์เฉพาะกิจเชียงใหม่ รายงานให้ข้อมูลสมาชิกในกลุ่มไลน์โควิดอย่างต่อเนื่อง…เรียกได้ว่าทุก ๆ พื้นที่ ต่างก็ใช้ทุกเครื่องมือเข้ามาช่วย เพื่อหยุดยั้งการแพร่ระบาดในคราวนี้ให้ได้บาง อปท.ก็สร้างนวัตกรรมใหม่ในการช่วยสร้างสุขอนามัยที่ดีให้เกิดขึ้นในชุมชน

อีกแห่งที่เทศบาลตำบลวาปีปทุม อ.วาปีปทุม จ.มหาสารคาม ก็ได้สร้าง อ่างล้างมือเคลื่อนที่ โดยใช้วัสดุอุปกรณ์จากขยะรีไซเคิลโดยนำกลับมาใช้ใหม่ เพื่อให้ประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ได้ล้างมือทำความสะอาด

นอกจากนี้ ยังมี ตู้ต้านโควิด-19 โดยใช้น้ำอิเล็กโทรไลซ์ที่มีประสิทธิภาพฆ่าเชื้อจุลินทรีย์ในกลุ่มแบคทีเรียและไวรัสได้มากกว่า 99 เปอร์เซ็นต์ ทดแทนแอลกอฮอล์ ซึ่งเทศบาลได้ประดิษฐ์ตู้ต้านโควิด-19 ที่ว่านี้จำนวน 3 ตู้ ติดตั้งไว้ที่สถานีขนส่ง ตลาดสด และเทศบาล

หัวใจสำคัญอยู่ที่…การรวมพลังอย่างเข้มแข็งของท้องถิ่นเหล่านี้ ส่วนหนึ่งมาจากต้นทุนความรู้ ประสบการณ์จากการเข้าร่วมเครือข่ายร่วมสร้างชุมชนท้องถิ่นน่าอยู่ ภายใต้การสนับสนุนของสำนักสนับสนุนสุขภาวะชุมชน (สำนัก 3) สสส. ทำให้มีข้อมูลทุนทางสังคมและศักยภาพของชุมชนท้องถิ่นจนสามารถวางแผนรับมือกับการแพร่ระบาดของโควิด-19 ได้ดีระดับหนึ่ง

“ต้องยอมรับว่าท้องถิ่นต่าง ๆ ทำได้ดีถึงดีมาก” น.ส.ดวงพร เฮงบุณยพันธ์ ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนสุขภาวะชุมชน (สำนัก 3) บอกอีกว่า เรื่องที่สำคัญคือการส่งสารความรู้เรื่องภัยพิบัติโควิด-19 ลงสู่ชุมชนของ อปท. ทั้งหลาย ที่ทำได้อย่างเข้าถึงจริงจัง จนชุมชนมีความตระหนักรู้ สามารถป้องกันตัวเองและชุมชนได้เป็นอย่างดี ชนิดที่เรียกว่า “เอาอยู่” แต่อย่างไรก็ตาม ชุมชนในเขตเมืองอาจจะไม่ค่อยได้ผลนัก

เพราะ…ระดับความสัมพันธ์ของแต่ละครอบครัวค่อนข้างห่างเหินกัน

ความสามารถของท้องถิ่นต่อการจัดการกับการระบาดของโควิด-19 เริ่มจากการที่แต่ละท้องถิ่นมีอิสระในการจัดการ ต้องช่วยตัวเองให้รอดพ้นจากการแพร่ระบาดให้ได้ ขณะเดียวกัน ก็ได้รับการหนุนเสริมจากรัฐบาล อาทิ กระทรวงมหาดไทย ที่สร้างกิจกรรมเย็บหน้ากากอนามัย นับเป็นหนึ่งกิจกรรมเชิงยุทธศาสตร์ที่สำคัญ

การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมขนานใหญ่…“กินร้อน ช้อนแยก ล้างมือ” ที่รณรงค์กันมาตลอดจนเป็นกิจวัตรที่ทำกันเป็นประจำ ขณะเดียวกันพฤติกรรมรวมกลุ่มที่เสี่ยงต่อการติดเชื้อจะระมัดระวังกันมากขึ้น

การหยุดการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิด-19 ในชุมชน ต้องสร้าง 3 ประการนี้…รอบรู้เกี่ยวกับโรคติดเชื้อต่าง ๆ เพื่อเตรียมพร้อมและรณรงค์จนทำให้เกิดการเปลี่ยนพฤติกรรมในชุมชน สอง…ต้องมีระบบเฝ้าระวังที่มีความตื่นตัวสูง…มีระดับการเฝ้าระวัง คัดแยก ตรวจสอบ กักตัว ซึ่งสามารถนำไปใช้กับภัยพิบัติอื่น ไม่ว่าจะเป็นน้ำท่วม แผ่นดินไหว พายุถล่มได้ด้วย และ…ต้องสร้าง อสม.พันธุ์ใหม่ที่รอบรู้เรื่องโรคติดต่อ ได้ติดอาวุธทางปัญญา

“องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น” กว่า 2,500 แห่ง ที่เรียกรวมกันว่า “เครือข่ายร่วมสร้างชุมชนท้องถิ่นน่าอยู่” จะเป็นกำลังสำคัญในอนาคต…รับมือโรคติดต่อใหม่ ๆ รวมถึงปัญหาต่าง ๆ

ขอบคุณที่มา : www.thairath.co.th

#อยู่บ้านหยุดเชื้อช่วยชาติ
#เครือข่ายร่วมสร้างชุมชนท้องถิ่นน่าอยู่
#ชุมชนเข้มแข็ง
#สสส