ตู้ปันสุขแห่งเจ็ดเสมียน สุขอิ่มใจ

วันหนึ่ง เมฑกา วงษ์วานิช เห็นคลิปหนึ่ง มันเป็นภาพเคลื่อนไหวจากต่างประเทศ ภาพนั้นเล่าเรื่องตู้เย็นซึ่งถูกวางไว้หน้าร้านอาหาร ประเด็นก็คือมันไม่ใช่ตู้เย็นธรรมดา แต่ภายในมีอาหารที่ใส่ไว้เพื่อให้คนไร้บ้าน รวมถึงคนยากจน สามารถเข้ามาหยิบไปกินได้ โดยที่ไม่ต้องจ่ายเงินแม้แต่เหรียญเดียว จากต่างประเทศยังมีอีกหลายกรณีที่เกิดขึ้นในกรุงเทพฯ และอีกหลายเมือง ในชื่อโครงการว่า “ตู้ปันสุข” รอยยิ้มและความสุขหลังจากได้อาหารไปประทังชีวิต ทำให้เมฑกาเริ่มคิดว่า เธออยากทำแบบนี้ในพื้นที่เทศบาลเจ็ดเสมียน อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี

ไม่คิดเปล่า เธอทำมันทันทีตั้งแต่วันที่ 11 พฤษภาคม ที่ผ่านมา

ตู้กับข้าวธรรมดา ๆ ถูกนำมาจัดวาง ในนั้นมีทั้งอาหารและสิ่งของเครื่องใช้ที่จำเป็นในชีวิตประจำวัน ตั้งแต่บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ปลากระป๋อง น้ำดื่ม สบู่ ยาสีฟัน ผงซักผ้า น้ำยาล้างจาน จนถึงไม้กวาดและที่ตักผง ข้างบนตู้เขียนข้อความเอาไว้ว่า “เจ็ดเสมียนไม่ทิ้งกันปันสุข” และ “แจกฟรี หยิบไปแต่พอกิน มีก็แบ่งปัน”

“ความตั้งใจของเราคือทุกคนสามารถมาหยิบของไปกินได้ ไม่ต้องเฉพาะคนที่ลำบาก เพราะแนวคิดของเราคือ เผื่อแผ่แบ่งปันกันกิน ตอนเช้าใครผ่านมาอาจแวะมาเอาของกิน น้ำเต้าหู้ กาแฟ ไปกินได้”

หลายคนมาหยิบสิ่งของเหล่านั้นไปประทังชีวิต แต่อีกจำนวนไม่น้อยคอยทำหน้าที่เอาของมาเติม บางครั้งคนที่หยิบไปและเอามาเติมก็เป็นคนเดียวกัน

“บางคนมาเอาของวันนี้แต่พรุ่งนี้เขากลับมาใหม่ เอาของมาเติมในตู้”

ตู้ปันสุข แม้ตั้งต้นจากเมฑกา แต่มันได้รับการสนับสนุนจากคณะกรรมการชุมชน เมื่อทุกคนเห็นพ้อง การแบ่งปันนี้จึงเต็มไปด้วยความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ คนที่นี่หวังว่า การออกแรงเพียงเล็กน้อยเหล่านี้จะช่วยต่อลมหายใจให้เพื่อนมนุษย์อีกหลายคนที่กำลังลำบาก

กรรณิกา ณ บางช้าง อดีตผู้ใหญ่บ้าน และฝ่ายธุรการประชาสัมพันธ์ชุมชนคุณธรรม เล่าว่า ที่ผ่านมาคนในพื้นที่พบปัญหาและเสียงสะท้อนจากชาวบ้านจำนวนมากว่า ไม่ได้รับของแจกจ่ายหรือของยังชีพ ทำให้คนที่กำลังยากลำบากไม่ได้รับการช่วยเหลืออย่างทั่วถึง ฉะนั้นตนหวังว่าตู้ปันสุขจะช่วยคลี่คลายความทุกข์ได้บ้าง

“ที่เราทำมาทั้งหมดไม่มีการบังคับ แต่มาจากหัวใจที่อยากช่วยเหลือกัน โดยเรามีกฎกติกาคือ ทุกคนที่มาต้องใส่หน้ากากอนามัย เรามีการกำหนดระยะห่างไม่มีการมายืนออรวมกันเอาของ ทุกคนเข้าใจกฎตรงนี้”

ระยะเวลาเพียงไม่กี่วันที่เริ่มวางตู้ปันสุข เธอสัมผัสถึงหลายรอยยิ้มที่เกิดขึ้น แม้เพียงเล็กน้อยที่ได้เห็น แต่มันฝังลึกในใจของเธอกระทั่งอาจจะอยู่ในความทรงจำอีกนาน

“แม่ลูกคู่หนึ่งจูงมือกันมา เด็กมาเปิดตู้เห็นของในตู้ก็ดีใจมาก เด็กถามแม่ว่าเราต้องซื้อไหม แม่บอกว่าไม่ต้องซื้อเขามาแบ่งให้ หนูเอานมกล่องเล็กพอเดี๋ยวจะกินไม่หมด แล้วก็หยิบของไปแค่จำเป็นสำหรับสองแม่ลูกเท่านั้น

“เราเห็นบรรยากาศแบบนี้ เห็นคนที่มารับของมาให้ของแบ่งปันกันไปทั้งวัน หรือบางคนเป็นเจ้าของโรงงานขนของมาใส่ในตู้ เขาบอกเราว่าเห็นในเฟซบุ๊ก เลยเอาของมาช่วย”

แม้ตู้ปันสุขถูกวางเพียงไม่กี่วัน แต่ความสุขของผู้ให้ถึงผู้รับแผ่ทั่วทั้งชุมชน กรรณิกา บอกว่า ชุมชนเจ็ดเสมียนจะยังทำกิจกรรมนี้ต่อ แม้ว่าวันหนึ่งสถานการณ์ COVID-19 อาจคลี่คลาย แต่สิ่งที่ยังไม่หายไปอย่างรวดเร็วแน่คือผลกระทบด้านเศรษฐกิจ ที่อาจยืดเยื้อยาวนาน และคนที่เป็นกลุ่มเปราะบางจำนวนมาก ยังต้องการความช่วยเหลือ

“สิ่งที่ตามมาคือปัญหาเศรษฐกิจ มีคนเดือดร้อนเพราะทุนหาย กำไรหด หนี้สินเก่าใหม่ทับถมเพิ่มพูนเป็นผลกระทบแบบลูกโซ่ เรามองปัญหากันและมีมติร่วมกันเพื่อช่วยเหลือลดภาระค่าใช้จ่ายคนที่เดือดร้อนต่อเนื่อง และกลุ่มคนลำบากอื่น ๆ ที่ต้องเจอปัญหาเศรษฐกิจ เราน่าจะช่วยเหลือเขาได้จนกว่าทุกอย่างจะฟื้นฟู”

#อยู่บ้านหยุดเชื้อช่วยชาติ
#เครือข่ายร่วมสร้างชุมชนท้องถิ่นน่าอยู่
#ชุมชนเข้มแข็ง
#สสส