09-03resized

ไม่มีสิ่งใดจะจรรโลงสังคมได้ดีกว่าการแบ่งปัน ชุมชนใดที่ผู้คนมีความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ มีน้ำใจไมตรีต่อกัน ชุมชนนั้นย่อมเปี่ยมด้วยความสุข ปราศจากความขัดแย้งแตกแยก

กองทุนสวัสดิการชุมชนเทศบาลตำบลแม่แรงนับเป็นกิจกรรมหนึ่งที่มีหลักคิดเรื่องการแบ่งปัน ด้วยแต่ละชุมชนนั้นยังมีความขาดพร่องในหลายด้าน การมีกิจกรรมแบบนี้จึงเป็นเสมือนหยาดน้ำค้างที่มาเติมเต็มความชุ่มชื้นงดงามให้กับชีวิต

จุดเริ่มต้นของกองทุนสวัสดิการชุมชนเทศบาลตำบลแม่แรงก่อร่างมาตั้งแต่ปลายปี 2550 จากการที่ ลุงเสย มูลชีพ ประธานชมรมผู้สูงอายุ หมู่ที่ 5 บ้านหนองเงือก และ ศรีนวล เบ็งคำตา ผู้นำกลุ่มสตรีของตำบลแม่แรง มีความคิดที่จะสร้างความมั่นคงให้แก่ผู้เฒ่าผู้แก่ในตำบลแม่แรง จึงได้ชักชวนประธานชมรมผู้สูงอายุอีก 5 หมู่บ้าน รวมตัวกันเป็นกลุ่มสวัสดิการชุมชน

“ห้วงเวลานั้น เรามีสมาชิกประมาณ 400-500 คน เก็บเงินคนละ 60 บาทต่อปี ในเดือนธันวาคม สมาชิกมาจาก 6 หมู่บ้านที่อยู่ในเขตพื้นที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านดอนหลวง*” ศรีนวลว่า

ขณะที่ลุงเสยเสริมว่า ผู้สูงอายุที่นี่รวมตัวกันเป็นเครือข่ายอยู่แล้ว คิดเองทำเอง

“เวลานั้นเราจัดสวัสดิการให้ 2 กรณี กรณีแรกคือการเจ็บป่วย หากต้องนอนโรงพยาบาล 2 คืนขึ้นไป กลุ่มสวัสดิการชุมชนมอบให้ 200 บาท ปีหนึ่งไม่เกิน 2 ครั้ง และหากเสียชีวิต กลุ่มฯ ให้ 500 บาท” ลุงเสย ซึ่งปัจจุบันเป็นรองประธานคณะกรรมการกองทุนสวัสดิการชุมชนเทศบาลตำบลแม่แรงอธิบายให้ฟัง

ต่อมาไม่นาน รัฐบาลมีโครงการส่งเสริมสวัสดิการชุมชน ผ่านความร่วมมือของสามฝ่าย ทั้งรัฐบาล องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และประชาชน ร่วมกันสมทบเงิน ในลักษณะกองทุนสวัสดิการ 3 ขา ซึ่งตำบลแม่แรงได้ใช้กลุ่มสวัสดิการชุมชนนี้ในการต่อยอดเป็นกองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลแม่แรง

“กลุ่มสวัสดิการผู้สูงอายุของเรา เข้าเกณฑ์ที่รัฐบาลกำหนด ทางรัฐบาลจึงจัดสรรงบประมาณก้อนแรกผ่านสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) เมื่อปลายปี 2551 เป็นจำนวน 55,000 บาท”

หลังจากนั้น 1 ปี กองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลแม่แรงจึงเปิดรับสมาชิกเพิ่มอีก 4 หมู่บ้าน ซึ่งอยู่ในเขตรับผิดชอบของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลแม่แรง** โดยมี ประเสริฐ เบ็งกาสิทธิ์ ผู้นำชุมชนที่บ้านป่าเบาะ ซึ่งปัจจุบันเป็นรองประธานคณะกรรมการฯ รับหน้าที่ประชาสัมพันธ์

“ผมอาสาสมทบทุนประเดิมให้แก่ผู้สูงอายุในพื้นที่ที่อายุตั้งแต่ 70 ปีขึ้นไป จำนวน 146 คน เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์” ประเสริฐว่า

กระนั้น แม้กองทุนฯ จะมีเงินมากขึ้น แต่ก็ยังไม่เพียงพอต่อการจัดสวัสดิการให้ครอบคลุม กระทั่งในปี 2554 จึงเกิดการปฏิรูปกองทุนฯ ครั้งใหญ่ ในครานี้ วิเชษฐ์ ปราดเปรื่อง กำนันตำบลแม่แรงจึงได้ประสานงานผ่านผู้นำกองทุนฯ ให้กำนันเป็นผู้ดูแลกองทุนฯ นี้ พร้อมกับปรับเปลี่ยนเกณฑ์ของสมาชิก จากเดิมที่มีเฉพาะผู้สูงอายุใน 10 หมู่บ้าน ให้เป็นคนทุกเพศทุกวัยทั้ง 11 หมู่บ้าน รวมถึงเพิ่มเงินออมเป็นปีละ 120 บาท โดยเก็บเงินทุกเดือนกันยายน

“กองทุนของผู้สูงอายุจึงกลายเป็นเค้าโครงของกองทุนฯ ในปัจจุบัน กระนั้น ผู้สูงอายุบ้านหนองเงือก หมู่ที่ 5 ได้ตั้งกองทุนใหม่ โดยใช้กติกาเดิม ฉะนั้นใครเป็นผู้สูงอายุบ้านหนองเงือก ก็ได้รับสิทธิประโยชน์สองต่อ” ลุงเสยว่า

ขณะที่ประเสริฐเสริมว่า จุดเปลี่ยนดังกล่าวเป็นเรื่องดี เพราะมีความครอบคลุมทุกกลุ่มคนในตำบล ตั้งแต่เกิดจนตาย และยังได้เพิ่มสวัสดิการใหม่ๆ จากเดิม 2 ข้อ เป็น 5 ข้อ กระทั่งในปีล่าสุด (2558) ก็เพิ่มขึ้นอีก 5 ข้อ รวมเป็น 10 ข้อ ซึ่งดูแลชีวิตของคนตำบลแม่แรงได้อย่างครอบคลุม

ปัจจุบันกองทุนสวัสดิการชุมชนเทศบาลตำบลแม่แรง มีสมาชิก 2,103 คน โดยมี ประสงค์ แสนเขื่อน เป็นประธานคณะกรรมการฯ จัดสวัสดิการทั้งหมด 10 ข้อ ประกอบด้วย

1) การคลอดบุตรคนแรก ได้รับเงิน 1,000 บาท

2) นอนรักษาตัวในโรงพยาบาล คืนละ 100 บาท ไม่เกิน 5 คืนต่อคนต่อปี

3) กรณีเสียชีวิต เป็นสมาชิก 1 ปี ได้รับ 500 บาท ถ้า 2 ปี ได้รับ 1,000 บาท  ถ้า 3 ปี ได้รับ 1,500 บาท และ 4 ปีขึ้นไป ได้รับ 2,000 บาท

4) ทุนการศึกษา เป็นสมาชิกครบ 3 ปี รับ 300 บาท และครบ 5 ปี รับ 500 บาท

5) บำเหน็จ ตามที่คณะกรรมการเห็นสมควร โดยส่วนใหญ่กรรมการจะคืนเงินต้นทั้งหมดที่สมาชิกจ่ายมาสมทบรวมกับสวัสดิการเรื่องเสียชีวิต

6) เงินบำนาญเมื่อเป็นสมาชิกครบ 15 ปีขึ้นไป รับ 200 บาทต่อเดือน

7) ช่วยเหลือไฟไหม้ ครอบครัวละ 1,000 บาทต่อครั้ง ไม่เกิน 1 ครั้งต่อปี

8) สุขภาพดีไม่เจ็บป่วย ไม่เคยพึ่งสวัสดิการในทุก 5 ปี ได้รับสิทธิเว้นจ่ายเงินสมทบ 1 ครั้ง

9) เลิกเหล้า/เลิกบุหรี่ ได้รับสิทธิเว้นจ่ายเงินสมทบ 1 ปี

และ 10) ช่วยเหลือผู้ยากไร้ ปีละ 2 คน โดยสิทธิต่างๆ เหล่านี้จะใช้ได้เมื่อเป็นสมาชิกครบ 1 ปี

“นอกจากเงินก้อนแรก 55,000 บาทแล้ว ทางรัฐบาลยังได้จ่ายสมทบในปี 2555 อีก 100,000 บาท และในปีเดียวกันเทศบาลสมทบเพิ่มเติม 37,000 บาท ต่อมาในปี 2556 รัฐบาลให้ 160,000 บาท เทศบาลสมทบ 70,000 บาท และปี 2557 รัฐบาลให้ 230,000 บาท เทศบาลสมทบอีก 70,000 บาท ส่วนของปี 2558 กำลังทำเรื่องยื่นขอรับการสมทบ” ประเสริฐว่า

เราพบว่า เงินเพียงเดือนละ 10 บาท สามารถสะท้อนผ่านรูปแบบสวัสดิการหลากหลาย ตกกระทบถึงคนจำนวนมากในชุมชน แม้จะไม่ครบถ้วนทั้งหมดทุกคน แต่ก็ถือว่าเป็นก้าวย่างที่สำคัญของการสร้างชุมชนให้มีความเข้มแข็ง ผ่านการเอื้อเฟื้อแบ่งปัน

เราเห็นชายที่นั่งอยู่ตรงข้าม ภาพสะท้อนแห่งความจริง เราต้องแก่ชราไปตามกาล แต่นั่นไม่ใช่ข้ออ้างที่จะใช้ในการจำนนต่อสังขาร ด้วยความคิดและหัวจิตหัวใจที่เข้าใจเรื่องราวต่างๆ เป็นกำลังใจให้ใครต่อใครสร้างสรรค์สิ่งดีๆ ให้กับผู้คนรอบข้าง ตลอดจนชุมชนสังคมที่อาศัยอยู่…

____________________________

* โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านดอนหลวง ดูแลรับผิดชอบ 7 หมู่บ้าน

** โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลแม่แรง ดูแลรับผิดชอบ 4 หมู่บ้าน