DSC_0133

การเดินทางที่ผ่านมา เราไม่ค่อยได้พานพบต้นตาลในภาคเหนือเท่าไรนัก ผิดกับภาคกลาง ซึ่งเวลาเข้าไปเรือกสวนไร่นา ก็มักพบก้านตาลนอนแผ่อยู่บนคันดิน ไม่รู้ว่าจะเอาไปใช้ทำอะไร

ที่ตำบลแม่แรงเองมีก้านตาลเหลือทิ้งเป็นจำนวนมาก และไม่น่าเชื่อว่า เคยเป็นเรื่องพิพาทระหว่างตำบลมาแล้ว

เราเดินทางมาที่ห้องทำงานของ สวัสดิ์ ปาระมี ชายสูงวัยผู้มีอายุล่วงเลยเข้าสู่ขวบปีที่ 72  ใต้เพิงพักอันสมถะที่มีผ้าใบปูให้ร่มเงา เขายังคงนั่งอยู่บนเก้าอี้ตัวเก่า ทำจากก้านตาล ด้วยฝีมือและความคิดสร้างสรรค์ของแกเอง นอกจากเป็นห้องทำงานแล้ว นี่ยังเป็นโชว์รูมขนาดย่อมของแกด้วย

“ตัวที่นั่งอยู่นี้ไม่ขาย ส่วนที่วางอยู่มีคนจองหมดแล้ว” ตาสวัสดิ์ตอบคำอย่างอารมณ์ดี

ย้อนกลับไปเมื่อราว 10 ปีก่อน ความที่ทำนามานานหลายทศวรรษ จึงทำให้ร่างกายของลุงสวัสดิ์ทรุดโทรมไปตามกาลเวลา เขาจึงตัดสินใจเปลี่ยนชีวิตหันมาเป็นชาวสวนลำไย ระหว่างนั้นเองที่เขาได้พบงานอดิเรก ซึ่ง
สร้างรายได้แก่ตัวเอง

แม้จะไม่เคยทำเฟอร์นิเจอร์มาก่อนในชีวิต แต่ด้วยพรสวรรค์ด้านงานช่าง ตาสวัสดิ์จึงค่อยๆ สร้างชิ้นงานของตัวเอง เก้าอี้ตัวแรกใช้เวลาทำอยู่ 3 วันเต็มจึงแล้วเสร็จ เป็นเก้าอี้นั่ง นอนได้ มีความแข็งแรง ปะติดชนต่อจนพอดี ไม่มีเศษเสี้ยนมาตำสร้างความรำคาญ

“เวลาคนมาเอาปลี เอาลูกตาลไปกิน ก็มักฟันก้านทิ้งไว้ข้างนาข้างลำเหมือง ลอยตามกระแสไปขวางปิดกั้นทางไหลของน้ำ สร้างความเดือดร้อนให้ชาวบ้านชุมชนข้างเคียง แล้วก็เลยมาร้องเรียนที่เทศบาล ทางเทศบาลก็ติดต่อให้ลุงมาช่วยจัดการกับก้านตาลพวกนี้” ผู้นำทางของเราขยายความ

จากชิ้นที่ 1 สู่ชิ้นที่ 2 ชิ้นที่ 3 แม้จะไม่ได้ป่าวประกาศให้ใครรู้ แต่ของดีย่อมประจักษ์แก่สายตา ผู้พบเห็นอดถามไถ่ไม่ได้ ทำให้กิจการเปลี่ยนก้านตาลเป็นเฟอร์นิเจอร์มิได้หยุดพัก

คุณสมบัติของก้านตาลนั้น แม้จะทิ้งไว้กลางแจ้งก็ไม่เปราะ แถมปลอดจากปลวกและมอด นอกจากสานเก้าอี้แล้ว อีกกิจกรรมหนึ่งที่ตาสวัสดิ์ทำอย่างต่อเนื่อง คือการสานเข่งสำหรับใส่ขยะร่วมกับผู้สูงอายุคนอื่นๆ ในหมู่บ้าน ถือเป็นกิจกรรมยามว่างและเป็นโอกาสในการสังสรรค์ของผู้เฒ่าผู้แก่ในชุมชน

ในปีๆ หนึ่ง ก้านตาลจะร่วงในช่วงเดือนเมษายน-พฤษภาคมเท่านั้น ช่วงเวลานี้จึงเป็นช่วงเสาะหาวัตถุดิบ เมื่อได้มาก็ต้องตากแดดไว้อีก 3 เดือนถึงจะแห้งดี เฉลี่ยแล้วปีหนึ่ง ตาสวัสดิ์ผลิตชิ้นงานได้ประมาณ 100 ตัว ซึ่งน้อยกว่าคนที่ต้องการมากนัก

“อย่างในช่วงนี้มีคนมาดูงาน ก็สั่งจองสินค้ากัน เพราะทางเราก็พามาเยี่ยมตาสวัสดิ์ประจำ ถ้าอยากได้ต้องต่อคิว” ผู้นำทางเราว่าเช่นนั้น ชวนให้ทึ่งไปกับความคิดสร้างสรรค์ของตาแก

ตาสวัสดิ์สำทับว่า การสั่งซื้อสินค้ายึดหลักสั่งก่อนได้ก่อน ไม่มีการแซงคิว แม้ผู้ที่มาสั่งซื้อทีหลังจะยอมจ่ายเงินมากกว่า แต่ก็ไม่เป็นผล ที่สำคัญตาขายในราคา 500 และ 600 บาท ตามความยากง่าย

“อยู่ไป ทำไป ไม่ต้องเครียด” ตาสวัสดิ์ทิ้งท้ายพร้อมเสียงหัวเราะ

เราอยากบันทึกรอยยิ้มและเสียงหัวเราะนั้นไว้ แต่พอยกกล้องประจันหน้า ตาสวัสดิ์กลับหน้านิ่ง ขรึมสู้กล้องไปในทันใด…