DSC_0161

สังคมไทยกำลังก้าวสู่การเป็นสังคมผู้สูงอายุทุกขณะ ทว่าการดูแลผู้สูงอายุให้มีประสิทธิภาพยังเป็นเรื่องยากของหลายๆ พื้นที่ ด้วยเหตุนี้เองทางเทศบาลตำบลแม่แรงจึงมีนโยบายส่งเสริมการพัฒนาความสามารถของอาสาสมัครสาธารณสุขขึ้นเป็นอาสาสมัครผู้สูงอายุ

ความจริงแล้วกิจกรรมนี้เป็นนโยบายของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ซึ่งดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2553 ด้วยตัวเลขสถิติฟ้องว่า มีจำนวนประชากรผู้สูงอายุสูงขึ้นเรื่อยๆ

ณัฐฐาพร ยะอะนันต์ เจ้าหน้าที่กองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม เล่าว่า ที่ตำบลแม่แรงมี รพ.สต. 2 แห่ง คือ รพ.สต.แม่แรง ซึ่งดูแล 4 หมู่บ้าน และ รพ.สต.บ้านดอนหลวง ดูแล 6 หมู่บ้าน เฉพาะผู้สูงอายุที่อยู่ภายใต้การดูแลของ รพ.สต.บ้านดอนหลวงก็มีประมาณ 1,000 คนแล้ว คิดเป็น 1 ใน 4 ของประชากรทั้งหมด แบ่งเป็นผู้ป่วยติดบ้าน ติดเตียง บางคนเป็นโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง หลอดเลือดสมอง หรืออัมพฤกษ์อัมพาต

ในตอนนั้นทางกองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อมได้ทำการคัดเลือก อสม. 5 คน ไปอบรมการเป็นอาสาสมัครผู้สูงอายุ หรือ อผส. ที่ตัวจังหวัดลำพูน พออบรมกลับมาแล้ว ได้มีการลงพื้นที่ เพื่อหาดูว่ามีผู้สูงอายุที่ต้องเยี่ยมเท่าไร

“สรุปว่ามีเยอะมาก เลยอยากขยาย อผส. ให้มากขึ้น โดยตำบลแม่แรงมี 11 หมู่บ้าน 43 ชุมชน เราต้องการให้มี อผส. ชุมชนละ 1 คน ทางเทศบาลตำบลแม่แรงจึงจัดอบรมเอง มีการเชิญวิทยากรมาให้ความรู้ อาทิ นักจิตวิทยา นักกายภาพบำบัด นักกิจกรรมบำบัด” ณัฐฐาพรเล่า

ต่อมาในปี 2555 ทางเทศบาลตำบลแม่แรงมีภาระงานล้นมือ จึงถ่ายโอนหน้าที่นี้ไปให้ทางโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลทั้ง 2 แห่งดูแลต่อ โดยอาศัยงบประมาณจากกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ซึ่งพอมาอยู่ในมือ รพ.สต. แล้ว ก็ขยายผล ด้วยการจัดอบรมเพิ่มเติมแก่ อผส. เกี่ยวกับการดูแลรักษาพยาบาลผู้สูงอายุในเบื้องต้น เช่น การดูแลแผลกดทับ การทำแผล การดูแลผู้ป่วยเบาหวานที่ถูกตัดเท้า รวมไปถึงการฟื้นฟูด้วยการทำกายภาพบำบัด

สำหรับหน้าที่ของ อผส. จิณนภัส ซัง พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านดอนหลวง อธิบายว่า หลักๆ คือการดูแลผู้สูงอายุ รวมไปถึงคนพิการ เพื่อให้เข้าถึงบริการด้านสุขภาพมากขึ้น โดยทาง อผส.จะลงไปตรวจเยี่ยมเป็นประจำทุกสัปดาห์ ตลอดจนรวบรวมข้อมูลเพื่อให้การดูแลรักษาเป็นระบบมากขึ้น

“ในพื้นที่บ้านดอนหลวงของเรา มีผู้สูงอายุติดเตียงอยู่ประมาณ 5 คน และเป็นคนพิการติดเตียงอีก 6 คน แล้วก็มีผู้สูงอายุติดบ้านอีก 70 กว่าคน ซึ่งในกลุ่มหลังนี้เราก็ไปช่วยวัดความดัน ดูแลเรื่องการกินยา พูดคุย โดยเดือนหนึ่งเราจะไปเยี่ยมประมาณ 2-3 วัน” จิณนภัสเล่า

จุดเด่นของอาสาสมัครผู้สูงอายุที่นี่นั้น คือเน้นการทำงานเป็นทีม มีการถ่ายทอดความรู้ระหว่างกัน โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างเสริมสุขภาพที่ดีแก่ผู้สูงอายุ

“อย่างอาสาสมัครหลายคนมีความรู้ความสามารถเกี่ยวกับแพทย์แผนไทย ฉะนั้นเวลามีกิจกรรมต่างๆ อย่างโรงเรียนผู้สูงอายุ ก็จะมีการเชิญ อผส. ไปให้ความรู้ เพื่อให้ผู้สูงอายุมีทักษะในการดูแลตัวเอง และรู้จักบริหารร่างกายของตัวเอง โดยไม่ต้องรอพึ่งพิงผู้อื่นแต่เพียงอย่างเดียว” จิณนภัสสาธยาย

ถ้ามองตามความเป็นจริงแล้ว อย่างน้อยการมีอาสาสมัครผู้สูงอายุ ก็ทำให้ประชาชนสามารถเข้าถึงการแพทย์มากขึ้น กล้าที่จะเปิดใจและพูดคุยถึงเรื่องราวเกี่ยวกับสุขภาพที่ตัวเองประสบ เสมือนมีเพื่อนคู่คิด มิตรใกล้บ้าน ไม่ใช่ครอบครัว แต่ก็พร้อมจะดูแลกัน…