DSC_0715

ณ ชุมชนบือแนยาโมง หมู่ที่ 2 ตำบลรือเสาะออก เป็นที่ตั้งของมัสยิดอัลฮีดายะห์ ซึ่งถือเป็นศูนย์รวมจิตใจของคนในชุมชน ทั้งยังเป็นที่บ่มเพาะกิจกรรมต่างๆ มากมาย ทั้งศาสนา วัฒนธรรม สุขภาพ และเศรษฐกิจ ที่สำคัญยังขึ้นชื่อเรื่องความสะอาด สวยงาม ยืนยันได้จากรางวัลมัสยิดต้นแบบ สาขาทัศนสถาน จากคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย ประจำจังหวัดนราธิวาส ในปี 2558

ลาเต๊ะ ยามาสะตา อิหม่ามประจำมัสยิดอัลฮีดายะห์ ซึ่งปัจจุบันยังควบตำแหน่งประธานชมรมโต๊ะอิหม่ามของเทศบาลตำบลรือเสาะด้วย เล่าให้ฟังว่า มัสยิดแห่งนี้เกิดขึ้นเมื่อปี 2539 เพราะมัสยิดอีกหลังซึ่งอยู่ในชุมชนปลายนาเริ่มคับแคบ ไม่เพียงพอต่อผู้มาปฏิบัติศาสนกิจ ประจวบกับเวลานั้นมีผู้เฒ่าในพื้นที่บริจาคที่ดินประมาณ 2 ไร่ครึ่งให้จึงเริ่มดำเนินการก่อสร้าง อาศัยทุนทรัพย์จากการเรี่ยไรกันเองในพื้นที่ และทางสถานทูตสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ประจำประเทศไทยช่วยสนับสนุน ใช้เวลาก่อสร้างอยู่1 ปี ก็สำเร็จเรียบร้อย

จุดเด่นของมัสยิดแห่งนี้ คือการเป็นศูนย์รวมในการปฏิบัติศาสนกิจ โดยเฉพาะการละหมาด 5 เวลา ซึ่งทางโต๊ะอิหม่ามก็คอยพูดแนะนำแนวทางการดำเนินชีวิตแก่คนในพื้นที่ไปด้วย

นอกจากนี้ ที่นี่ยังมีกองทุนฌาปนกิจสงเคราะห์ ครอบคลุมพื้นที่ 3 ชุมชน คือ ชุมชนบือแนยาโมง ชุมชนบือแนการเดร์ และชุมชนปลายนา โดยมีการเก็บเงินแรกเข้าครอบครัวละ 300 บาท ปัจจุบันมีสมาชิกทั้งหมด 236 ครัวเรือน และกรณีที่มีสมาชิกเสียชีวิตจะมีการเก็บเพิ่มครัวเรือนละ 20 บาท แล้วนำไปมอบแก่ญาติผู้เสียชีวิต 6,000 บาท

อีกหนึ่งความภาคภูมิใจของมัสยิดแห่งนี้ คือกิจกรรมโรงเรียนตาดีกา มะกอเซ็ง สาเเละ คอเต็บประจำมัสยิด และ อิมรอน มูซายี บิหลั่นประจำมัสยิด ช่วยกันฉายภาพว่า โรงเรียนเปิดทุกวันเสาร์-อาทิตย์ และช่วงกลางวัน ผู้ปกครองจะมาช่วยกันจัดเตรียมอาหารให้เด็กๆ มีการแบ่งเวรแบ่งหน้าที่กันชัดเจน ทุกวันนี้โรงเรียนเริ่มเป็นที่นิยมขึ้น เพราะมีคนนอกพื้นที่มาร่วมเรียนด้วย

“เราอาศัยนักเรียนชั้นมัธยมปลายและนักศึกษามหาวิทยาลัยมาช่วยสอน นอกจากนี้ทุกคืนยังมีการสอนกีรออาตี หรือการสอนอ่านภาษาอาหรับ ซึ่งสอนให้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ โดยมีโต๊ะอิหม่ามเป็นผู้สอนหลัก” มะกอเซ็งเล่า

ในอนาคต มัสยิดอัลฮีดายะห์มีแผนขยายพื้นที่โรงเรียนตาดีกาขึ้นอีก เพื่อความสะดวกในการจัดการเรียนการสอน ซึ่งเวลานี้ ทางมัสยิดได้ซื้อที่ดินไว้เรียบร้อยแล้ว เพียงแต่กำลังหางบประมาณสำหรับการสร้าง ซึ่งที่ผ่านมามัสยิดเองพยายามหารายได้เพิ่มเติม เช่น การปันพื้นที่ส่วนหนึ่งของมัสยิดเป็นที่จอดรถ โดยคิดค่าจอดเดือนละ 500 บาท จอดได้ประมาณ 8 คัน

นอกจากนั้น มัสยิดแห่งนี้ยังมีส่วนสำคัญในการสร้างเสริมสุขภาพชุมชน โดยทุกวันจันทร์ วันพุธ และวันศุกร์ พื้นที่ลานหน้ามัสยิดจะเป็นสถานที่ออกกำลังกายของชาวบ้านในพื้นที่ ตั้งแต่ 17.00-18.00 น. และยังเป็นแหล่งรวมตัวของเหล่า อสม. ซึ่งจะมาให้บริการตรวจเบาหวาน ความดันโลหิต และมะเร็งปากมดลูก

“จุดเด่นอีกเรื่องคือห้องน้ำ ที่มีการดูแลเป็นพิเศษ โดยทั้งโต๊ะอิหม่าม คอเต็บ บิหลั่น และภารโรงจะช่วยกันตรวจตราความสะอาด จนได้รับรางวัลสุดยอดส้วมประจำจังหวัดนราธิวาส ประเภทศาสนสถาน ประจำปี 2558” บิหลั่นกล่าวด้วยความภาคภูมิใจ…