ปลาขายไม่ได้ ผักไม่มีคนซื้อ โควิดพ่นพิษที่หัวง้ม

มาตรการต่าง ๆ ที่ออกมาอาจเป็นผลบวก เมื่อการอยู่บ้านหยุดเชื้อลดการระบาดได้ดีกว่าหลายประเทศ แต่อีก ด้านก็ส่งผลต่อเศรษฐกิจจากระดับชาติถึงระดับชุมชน ความเงียบครอบคลุมตั้งแต่ตลาดใหญ่กลางกรุงจนถึง ตลาดเล็ก ๆ ในตำบลอันห่างไกล

 

เรากำลังพูดถึงตำบลหัวง้ม อำภอพาน จังหวัดเชียงราย ระบบเศรษฐกิจที่ตำบลหัวง้มขึ้นอยู่กับเกษตรกรรมเป็น หลัก ชาวบ้านที่นี่ทำไร่ ไถนา บ้างปลูกผัก เลี้ยงปลา ไม่ใช่แค่เอาไว้กินภายในครัวเรือนเท่านั้น แต่ยังเพื่อค้าขาย เปลี่ยนผลผลิตให้กลายเป็นรายได้เลี้ยงครอบครัวด้วย มันเป็นเช่นนั้นเสมอมากระทั่งเกิดโรคระบาด ส่งผลให้ บรรยากาศของชุมชนนั้นเปลี่ยนไปในแง่ลบ

นายวินัย เครื่องไชย นายกองค์การบริหารส่วนตำบลหัวง้ม ถึงกับออกปากว่า ชาวบ้านเริ่มเครียดกับสภาวะ เศรษฐกิจที่เป็นอยู่ จากที่ช่วงแรกอาจพูดคุยถึงการป้องกันโรค แต่หลัง ๆ มาพบว่าหัวข้อสนทนาคือปัญหาปาก ท้องและภาระหนี้สิน

“พื้นที่เราทำเกษตรเป็นหลัก ตอนนี้กลายเป็นว่ามีผลผลิตแต่ไม่มีคนซื้อ เมื่อก่อนปลาของอำเภอพาน ส่งใน 8 จังหวัดภาคเหนือ แต่ตอนนี้ร้านอาหารปิดก็เลยไม่มีใครซื้อ ปลูกพืชผักก็ไม่มีคนซื้อ ตลาดก็ไม่มีคนเดิน แม่ค้าเริ่ม อยู่ไม่ได้ ร้านก็ปิดไปเยอะพอสมควร”

เรื่องนี้นิ่งนอนใจไม่ได้ อบต.หัวง้ม ได้หารือกับพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด (พมจ.) หาก สถานการณ์เริ่มเข้าที่จะดูเรื่องการส่งเสริมอาชีพ โดย พมจ. มีงบประมาณช่วยเหลือเพื่อปลูกบ้าน ซ่อมแซมบ้าน ให้ผู้สูงอายุ ซึ่งเมื่อก่อนใช้วิธีขอแรงคนในพื้นที่ช่วยกันทำโดยไม่มีค่าจ้าง แต่หลังจากนี้จะดึงผู้ที่ได้รับผลกระทบ ด้านเศรษฐกิจมาเป็นแรงงานพร้อมมีค่าจ้างให้

นอกจากนี้จะมีการส่งเสริมอาชีพต่าง ๆ โดยใช้วิธีวางแผนร่วมกันกับผู้ที่เดือดร้อนว่าต้องการให้ช่วยเหลือ หรือ ส่งเสริมอาชีพใดและอย่างไร โดยนายวินัย เครื่องไชย บอกว่า มาตรการช่วยเหลือด้วยการจ้างงานหรือจัดอบรม นั้นสามารถใช้เงินจากงบประมาณปกติได้ ส่วนเงินสะสมนั้นจะสามารถนำมาใช้ได้ก็ต่อเมื่อเป็นกรณีเร่งด่วน ซึ่ง หากรัฐบาลเปิดช่องไว้ก็จะสามารถนำมาใช้เพื่อคลี่คลายผลกระทบด้านเศรษฐกิจที่เกิดจาก COVID-19 ได้ หลังจากนี้ต้องขึ้นอยู่กับรัฐบาลว่าจะดำเนินการอย่างไร

#อยู่บ้านหยุดเชื้อช่วยชาต

#เครือข่ายร่วมสร้างชุมชนท้องถิ่นน่าอยู่

#ชุมชนเข้มแข็ง

#สสส