จากการระบาดของไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โควิด-19 ในปีที่ผ่านมา อบต.บางคนที ได้จัดแผนรับมืออย่างเข้มข้นทั้งทางด้านความปลอดภัย สถานพยาบาล มาตรการเชิงรุกค้นหาผู้ติดเชื้อ การดูแลคนในชุมชนรวมทั้งเด็ก คนชรา และผู้พิการ  ส่งผลให้คนในชุมชนสามารถดำเนินชีวิตได้โดยไม่ติดขัด และปลอดภัยจากเชื้อโควิด 19

ฉะนั้นเมื่อเกิดการระบาดระลอกใหม่ เมื่อปลายปี 2563 มาจนถึงปัจจุบัน  ทาง อบต.บางคนที อ.บางคนที จ.สมุทรสงคราม นำโดย นางสาวเรณู เล็กนิมิตร นายกองค์การบริหารส่วนตำบลบางคนที ร่วมกับกำนันตำบลบางคนที ผู้ใหญ่บ้าน และอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน ได้นำจุดแข็งที่ได้ถอดบทเรียนจากการระบาด เมื่อต้นปี 2563 มาใช้รับมือในการระบาดครั้งใหม่นี้ด้วย คือ

 

1. ประชาสัมพันธ์ รณรงค์สื่อสาร ให้ความรู้กับคนในชุมชน โดยใช้สื่อประชาสัมพันธ์หลายรูปแบบ เช่น แผ่นพับให้ความรู้และแนวทางปฎิบัติในการสวมหน้ากากอนามัย การล้างมือ และการเว้นระยะห่าง นอกจากนี้ยังกำหนดมาตรการให้ผู้ที่เดินทางมาจากพื้นที่เสี่ยง ต้องมารายงานตัว หรือแจ้งผู้ใหญ่บ้านทราบ
2. จัดตั้งด่านคัดกรอง ตลอด 24 ชั่วโมง บริเวณเขตรอยต่อของจังหวัด ระหว่างจังหวัดสมุทรสงครามและจังหวัดราชบุรี ซึ่งเป็นพื้นที่เสี่ยงสูงที่มีผู้ป่วยโควิด-19 พร้อมทั้งจัดทำข้อมูลผู้ที่เดินทางมาจากนอกพื้นที่
3. องค์การบริหารส่วนตำบลบางคนที ร่วมกับมหาวิทยาลัยราชภัฎสวนสุนันทา จัดหาอุปกรณ์ป้องกันและควบคุมโรคติดต่อ โดยได้รับการสนับสนุนจาก มูลนิธินวัตกรรมทางสังคม อบรมวิธีการทำหน้ากากผ้าเพื่อแจกให้ประชาชนในพื้นที่
4. โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล แบ่งช่วงเวลาให้บริการ เพื่อลดความแออัด โดยผู้ที่จะเข้ารับการบริการจะต้องโทรมานัดวันและเวลาล่วงหน้า และต้องปฏิบัติตามมาตรการอย่างเคร่งครัด เช่น สวมหน้ากากผ้าหรือหน้ากากอนามัย วัดอุณหภูมิร่างกายที่จุดคัดกรอง เว้นระยะห่างอย่างน้อย 1 เมตร
5. ปิดศูนย์พัฒนาเด็กเล็กชั่วคราว เพื่อทำความสะอาดอาคารเรียน สนามเด็กเล่น พร้อมทั้งให้คำแนะนำผู้ปกครอง เกี่ยวกับการป้องกันโควิด 19 ผ่านทางกลุ่มไลน์ผู้ปกครอง มอบหมายให้ครู ลงเยี่ยมบ้านเด็กทุกคน เพื่อให้เด็กมีอาหารอย่างเพียงพอ และสามารถส่งเสริมพัฒนาการได้อย่างต่อเนื่อง
6. นำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาปรับใช้ โดยส่งเสริมทุกครัวเรือนปลูกผักและเลี้ยงสัตว์ไว้บริโภคในครัวเรือน จัดโครงการ ปันผัก ปันสุข โดยเปิดให้คนในชุมชนนำผลผลิตทางการเกษตรมาแบ่งปันแลกเปลี่ยนกัน

ผลจากการใช้มาตรการดังกล่าว ทำให้ประชาชนในพื้นที่ ตื่นตัวและตระหนักถึงผลกระทบที่เกิดจากเชื้อไวรัสโควิด 19 จึงปฏิบัติตามมาตรการอย่างเคร่งครัด และเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ สามารถคัดกรองกลุ่มเสี่ยงได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีวัสดุอุปกรณ์เพียงพอในการดำเนินการเฝ้าระวัง ป้องกันและควบคุมการแพร่กระจายของเชื้อไวรัส รวมไปถึงมีหน้ากากผ้าและหน้ากากอนามัย แจกจ่ายให้กับประชาชนทุกคน ในขณะเดียวกันประชาชนก็ไม่ขาดแคลนอาหารเพราะมีโครงการ ปันผัก ปันสุข แบ่งปันและแจกจ่ายอาหารให้กับคนในชุมชน ทุกวันศุกร์เป็นการพึ่งพาช่วยเหลือกันและกัน เมื่อเกิดวิกฤติได้

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าปัจจุบัน อำเภอบางคนที จะพบผู้ติดเชื้อรวม 4 คนแล้ว แต่หากทุกคนในชุมชนมีความรู้ ความเข้าใจ ดูแลตัวเอง และปฏิบัติตามข้อกำหนดต่าง ๆ อย่างเคร่งครัด ก็จะสามารถควบคุม ไม่ให้เกิดการติดเชื้อเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน

# COVID-19

#อยู่บ้านหยุดเชื้อช่วยชาติ

#เครือข่ายร่วมสร้างชุมชนท้องถิ่นน่าอยู่

#ชุมชนเข้มแข็ง

#สสส