DSC_0387

คงเป็นเรื่องที่น้อยคนนักจะรู้ ว่านครปฐมเป็นตลาดส่งออกปลาสวยงามที่ใหญ่แห่งหนึ่ง ซึ่งเรามีโอกาสพบกับ บุญเกียรติ บุญวิธวาเจริญ หรือ เฮียตี๋ แห่งชุมชนคลองขุด หมู่ที่ 1 ตำบลหนองดินแดง ผู้เป็นเซียนปลาคนหนึ่งของวงการปลาสวยงามในจังหวัดนครปฐม

ภายในบ้านของเฮียตี๋นั้นเป็นที่เพาะพันธุ์ปลา มีบ่อปูนมากมายหลายขนาดเรียงรายกันอย่างเป็นระเบียบ ควบคู่ไประบบการเลี้ยงที่เรียกว่าโชกโชนรู้จริง

ย้อนกลับไปเมื่อ 50-60 ปีก่อน คุณพ่อของเฮียตี๋ เป็นผู้ริเริ่มกิจการเลี้ยงปลาสวยงาม ทั้งปลาทรงเครื่อง ปลากาแดง ปลาหางไหม้ ปลากาแดงนคร ซึ่งเป็นปลาจากแม่น้ำแม่กลอง ปลาน้ำผึ้งหรือปลาไส้ตัน โดยซื้อพันธุ์ปลาจากคนหาปลาในแม่น้ำต่างๆ แถวอำเภอท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรี มาภายหลังที่อำเภอท่าม่วงน้ำท่วม ไม่มีปลาเหลือ จึงหันไปซื้อปลาที่จังหวัดพิษณุโลกแทน โดยช่วงนั้นยังเพาะพันธุ์ไม่ได้ จนมาถึงรุ่นของเฮียตี๋ ประมาณปี 2520 ค่อยเริ่มเพาะพันธุ์ปลาเอง โดยได้คำแนะนำจากอาจารย์วิเชียร สาคเรศ ผู้เชี่ยวชาญ
ด้านประมง

“ตอนนั้นผมอายุ 10 กว่าขวบ พ่อผมเอาถังคอนกรีตมาเทพื้นปูน แล้วก็เลี้ยงเลย ช่วงแรกเลี้ยงอยู่ 12 วง ก็ขยับเรื่อยๆ จนมาเลี้ยงบ่อดิน จนประมาณปี 2541-2542 ผมรื้อใหม่เปลี่ยนไปเลี้ยงปลาทองแทน โดยหาพันธุ์ปลาในนครปฐมบ้าง กรุงเทพฯ บ้าง แต่ก่อนเลี้ยงปลาทอง ผมเลี้ยงออสการ์มาก่อน 3-4 ปี แต่ต้องหยุด เพราะสายพันธุ์มันชิดกันเกินไป คือช่วงแรกที่คนไทยเอามาจากแม่น้ำอเมซอน มันอึด เหมือนปลานิล แต่พอเลี้ยงไปเรื่อยๆ ปลาผสมกันเอง พันธุ์ยิ่งแย่ ขายถูกไม่มีราคา แถมยังกินจุ บวกกับยาย้อมสำหรับเร่งสี กิโลกรัมหนึ่งราคาตั้ง 15,000 บาท เลยตัดสินใจเลิก วันนี้ยังเลี้ยงอยู่บ้าง แต่เพียงเล็กน้อยเท่านั้น”

เฮียตี๋ว่า ปลาทองช่วงที่เริ่มนั้นขายดีมาก สามารถเก็บในบ่อคอนกรีตได้ บ่อดินก็ได้ ส่วนปลาท้องน้ำ เริ่มหยุดทำ เพราะเลี้ยงยาก ต้องคอยถ่ายน้ำให้สะอาดอยู่เสมอ เพื่อกันไม่ให้ปลาป่วย ซึ่งปลาทองมีความทนกว่า น้ำจากบ่อหนึ่งถ่ายไปอีกบ่อได้ ไม่ต้องทิ้งน้ำ เพียงแต่ระวังห้ามดูดติดเลน ให้ดูดผิวน้ำเป็นหลัก

ปัจจุบันกว่า 20 บ่อในฟาร์มแห่งนี้ เลี้ยงปลาทองเกือบทั้งหมด แม้จะเป็นธุรกิจในครอบครัว แต่ก็มีเครือข่ายพรรคพวกนอกพื้นที่ 7-8 ราย ทั้งในจังหวัดราชบุรี นครปฐม ที่เฮียตี๋เป็นตัวแทนในการรับซื้อปลาไปยังบริษัทต่างๆ ในกรุงเทพฯ รวมถึงส่งออกไปยังตลาดต่างประเทศด้วย ซึ่งเฮียตี๋จะคอยแจ้งข่าวแก่สมาชิกว่าต้องการปลาอะไร รวมไปถึงให้
คำแนะนำในการเลี้ยงปลาสวยงามอย่างถูกวิธี

ส่วนราคาของปลาทองนั้น ส่วนใหญ่จะตีราคากันหน้างาน โดยราคาจะผันแปรไปตามความสวยงาม จำนวนที่ขาย รวมไปถึงขนาดของตัวปลา ซึ่งมีทั้งขนาด 1.5 นิ้ว, 1.7 นิ้ว, 2 นิ้ว, 3 นิ้ว 4 นิ้ว จนถึงขนาดใหญ่ 9-10 นิ้ว

“ปัจจุบันเราเพาะเองร้อยละ 60 รับจากเครือข่ายร้อยละ 30 ส่วนที่เหลือคือซื้อปลาอื่นๆ เช่นบอลลูน ซันฟิล เพื่อขายต่ออีกที ซึ่งกลุ่มหลังนี้ต้องสั่งเฉพาะเลย ถึงจะหาให้ โดยแต่ละชนิดใช้เวลาในการเลี้ยงไม่เหมือนกัน อย่างปลาทอง 2 เดือนก็ส่งได้แล้ว ส่วนกาแดง ทรงเครื่อง ใช้เวลาประมาณ 4 เดือนขึ้นไป ลูกค้าต้องรอหน่อย” เฮียตี๋ว่า

นอกจากการเพาะเลี้ยงอย่างถูกวิธี ด้วยความที่สินค้าของเฮียตี๋ต้องส่งออกต่างประเทศบ่อยครั้ง การบรรจุให้ได้มาตรฐานก็เป็นอีกสิ่งที่เขาคำนึงมากที่สุด

“ปลาทองมีหลายพันธุ์ ทั้งแบบวุ้น เกร็ดแก้ว สิงห์ ลูกโป่ง กริ้นทอง ตันโจ ซึ่งโดยส่วนใหญ่แล้วเราจะเลี้ยงในบ่อดิน เพราะว่ามันโตไวกว่า แต่ถ้าส่งไปอเมริกา เราต้องเอาเพาะกับบ่อปูนอย่างเร็วสุด 10 วัน ไม่อย่างนั้นปลาตาย จากนั้นก็เราต้องบรรจุใส่ถุง อยู่ในถุงอย่างนั้น 3 วัน บรรจุแล้วถ่ายน้ำเรื่อยๆ จนไม่มีขี้เหลือในท้อง เพราะปลาต้องอยู่บนเครื่องบิน 30 ชั่วโมง แล้วถุงหนึ่งใส่ 80 ตัว แถมยังต้องตวงน้ำแค่ 1.5 กิโลกรัม แค่ท่วมไหล่ปลา ซึ่งถ้ามีขี้ออกมาน้ำจะเน่า ตายทั้งถุง  เพราะฉะนั้น เราต้องจัดการให้ดีที่สุดตั้งแต่ที่นี่เลย” เฮียตี๋อธิบายการส่งออกปลา

เป็นความรู้ที่แปลกใหม่ดีเหมือนกัน โดยส่วนตัวไม่มีประสบการณ์เลี้ยงปลา แต่เฮียตี๋ว่า ปลาทองเลี้ยงง่าย แค่มีโถแก้วสวยๆ ใบหนึ่ง กับพวกพืชน้ำที่ให้ออกซิเจน ก็เพียงพอแล้ว นับว่าน่าลอง ดูผ่อนคลายดี