จากประสบการณ์การรับมือการระบาดของเชื้อโควิด-13 ในพื้นที่มาถึง 3 ระลอก ทำให้องค์การบริหารส่วนตำบลทุ่งกระเต็น อำเภอหนองกี่

จังหวัดบุรีรีมย์  สามารถเรียนรู้และนำประสบกาณ์มาปรับใช้ได้ทันกับการระบาดที่หนักหน่วงขึ้นในระลอกนี้  ซึ่งมาตรการต่างๆที่นำมาดำเนินการสามารถป้องกันการแพร่ระบาดและสร้างความอุ่นใจใหักับประชาชนในพื้นที่ได้

นางอิสริยาจิตสุภาพปลัดองค์การบริหารส่วนตำบลทุ่งกระเต็นอ.หนองกี่ จ.บุรีรัมย์ ระบุถึงสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ในพื้นที่ว่า จากมาตรการล็อคดาวน์ในพื้นที่จังหวัดสีแดงเข้ม ทำให้มีคนในพื้นที่ที่ไปทำงานในพื้นที่ดังกล่าวทยอยเดินทางกลับภูมิลำเนา ดังนั้นในพื้นที่จึงเตรียมมาตรการรองรับในหลากหลายรูปแบบ ทั้งการคัดกรอง โดยการตรวจหาเชื้อโควิด-19 การส่งตัวไปรักษาหากเป็นผู้ป่วย การเตรียมสถานที่กักตัว Local Quarantine หรือ LQ ไว้รองรับ

“ จังหวัดบุรีรัมย์มีนโยบายที่ชัดเจน จากระดับจังหว้ด ไปสู่อำเภอ ซึ่งในระดับพื้นที่เราเรียกประชุม รพ.สต. ท้องถิ่น ท้องที่  ร.ร.ชุมชน และอปท. ในส่วนของนโยบาย LQ เพื่อการกักตัว และดูแลประชาชนไม่ให้มีการติดเชื้อ หรือแพร่เชื้อโควิด-19 เข้าสู่ชุมชน  หลังจากการได้ทำงานร่วมกันกับ สสส.สำนัก 3 ทำให้เรามี 4องค์กรหลัก(ท้องที่ ท้องถิ่น หน่วยงานในพื้นที่และองค์กรชุมชน) ที่เหนียวแน่น มีความเข้าใจกัน ทำให้สามารถทำงานได้อย่างต่อเนื่อง”

สำหรับกระบวนการทำงานในการรับมือการระบาดของเชื้อโควิด-19 ในพื้นที่ตำบลทุ่งกระเต็นคือ  ผู้ที่ต้องการเข้ามาในพื้นที่ต้องแจ้งให้กับกำนัน ผู้ใหญ่บ้านรับทราบ  เมื่อมาถึงพื้นที่จะต้องตรวจหาเชื้อโควิด-19 หากพบเชื้อก็ส่งต่อไปรักษาที่โรงพยาบาล หากไม่พบก็ต้องไปกักตัวตามสถานที่กักตัว หรือ LQ ที่จัดเตรียมไว้ให้ ส่วนการกักตัวที่บ้านนั้นไม่สามารถทำได้ เนื่องจากเป็นนโยบายของจังหวัดที่ห้ามกักตัวที่บ้านเป็นอันขาด มิเช่นนั้นจะมีความผิด

”  ในตอนแรก อบต.ทุ่งกระเต็นและ อบต.หนองกี่ จึงได้จัดทำ LQ ร่วมกันที่วัดใหม่สระขุด เพราะเป็นตำบลที่มีรอยต่อติดกัน แต่ด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดที่หนักขึ้นในขณะนี้จึงได้มีการขยาย LQ ไปอีกวัด คือวัด สามัคคีศรัทธาธรรม เราจะเรียกว่าโซนนอก โซนใน ซึ่งผู้ที่เดินทางมาจากพื้นที่เสี่ยงสามารถเลือกได้ว่าจะกักตัวที่โซนไหน ที่ใกล้บ้าน และมีความสะดวก ทั้งตัวเอง และญาติพีน้องก็ได้เบาใจ ซึ่งการดำเนินการแบ่งพื้นที่ นอกจากไดัรับความสะดวก ประชาชนสามารถเข้าถึงการดูแล เรายังสามารถจำกัดการแพร่ระบาด ได้อย่างรวดเร็ว ไม่ทำให้เกิดการกระจายเชื้อ และปลอดภัย  เจ้าหน้าที่ทำงานสะดวก ”

ปลัดองค์การบริหารส่วนตำบลทุ่งกระเต็นให้ข้อสังเกตถึงการเลือกใช้สถานที่เพื่อเป็น LQ ว่า ไม่ควรเลือกสถานที่ราชการ เนื่องจากว่า อบต.ทุ่งกระเต็น เคยใช้ รพ.สต.เป็นสถานที่กักตัว ซึ่งผู้ที่กักตัวกลายเป็นผู้ติดเชื้อ ทำให้จำเป็นต้องปิด รพ.สต. ไม่สามารถให้บริการประชาชนได้ตามปกติ จึงเป็นบทเรียนสำคัญว่า พื้นที่ LQจะต้องไม่เป็นหน่วยงานราชการ หรือหน่วยงานที่ให้บริการประชาชน

ส่วนการสื่อสารสร้างความเข้าใจกับประชาชนที่มีความกังวลกับผู้ที่เข้ามากักตัวว่าอาจจะนำเชื้อเข้าสู่ชุมชนนั้นจะเป็นหน้าที่ของกำนันผู้ใหญ่บ้าน  รวมถึงอสม.เป็นผู้ทำความเข้าใจกับชาวบ้าน โดยในช่วงแรกเกิดความไม่เข้าใจจนไม่สามารถสร้าง LQ ได้ แต่เมื่อสื่อสารอย่างต่อเนื่อง ผ่านFacebook ของตำบล ที่มีผู้ติดตามจำนวน 2,000คน ก็สามารถสร้างความเข้าใจจนมีมติตั้ง LQในพื้นที่ขึ้นมาได้

นอกจากนี้นางอิสริยาได้เปิดเผยเพิ่มเติมถึงมาตรการป้องกันการแพร่เชื้อโควิด-19 ในพื้นที่สาธารณะของตำบล ว่า ยังมีการรณรงค์ให้ความรู้   สร้างความเข้าใจกับประชาชนอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ประชาชนตระหนักถึงการดูแลรักษาตัวเองในระหว่างที่การจัดสรรวัคซีนยังมาไม่ถึง พร้อมทั้งอบต.ได้สร้างอ่างล้างมือในพื้นที่สาธารณะทุกแห่ง  สำหรับเรื่องอาหารการกิน ชาวบ้านมีการปรับตัวหันมาซื้อขายออนไลน์กันในพื้นที่ เป็นการส่งเสริมวิสาหกิจในชุมชนไปในตัว ขณะเดียวกันคนในชุมชนก็เกิดการปรับตัวเพื่อหยุดการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ไปโดยอัตโนมัติ

#เครือข่ายร่วมสร้างชุมชนท้องถิ่นน่าอยู่
#ชุมชนเข้มแข็ง
#สสส
#ชุมชนท้องถิ่น รู้รับ ปรับตัว