จังหวัดมุกดาหารเป็นอีกหนึ่งจังหวัดที่มีโครงการรับคนมุกดาหารกลับบ้าน โดยที่ผ่านมามีประชาชนในพื้นที่แจ้งความจำนงอย่างต่อเนื่องในการกลับเข้ามาในพื้นที่ จึงต้องมีการวางแผนเตรียมการล่วงหน้า ทั้งระบบการดูแลผู้ป่วย และ กลุ่มที่ต้องกักตัว เพื่อดูแลและป้องกันการแพร่ระบาดให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

นายนัฐพลสกุลไทยนายกเทศมนตรีตำบลดอนตาลผาสุกอ.ดอนตาล จ.มุกดาหาร ซึ่งดำเนินงานขับเคลื่อนสุขภาวะชุมชน ร่วมกับศูนย์จัดการเครือข่ายเทศบาลตำบลผึ่งแดด 1 ในเครือข่ายร่วมสร้างชุมชนท้องถิ่นน่าอยู่ กล่าวถึงสถานการณ์ในพื้นที่ว่า ขณะนี้ได้มีคนจากต่างพื้นที่ รวมทั้งพื้นที่เสี่ยงสีแดง 13 จังหวัด ขอกลับเข้ามาในพื้นที่เป็นระยะ โดยแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มที่ 1 . โครงการรับคนมุกดาหารกลับบ้าน กรณีที่ติดเชื้อแล้วประสงค์จะกลับมารักษาตัวที่ จ.มุกดาหาร และ กลุ่มที่ 2 .คนที่ต้องการกลับภูมิลำเนาตัวเอง  อย่างไรก็ตามขณะนี้ในพื้นที่มีผู้ติดเชื้อประมาณ 87 คนซึ่งได้เข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลทั้งหมดแล้ว

นายนัฐพลกล่าวว่าหากผู้ใดประสงค์จะเข้ามาในพื้นที่ต้องแจ้งกำนันผู้ใหญ่บ้านหรือ  อสม. ล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 3 วัน รวมถึงแจ้งความประสงค์ ว่าจะกักตัวที่ Local Quarantine (LQ ) ของพื้นที่ หรือต้องการกักตัวที่่บ้าน หรือเถียงนา ซึ่งกรณีนี้จะต้องได้รับอนุญาตจากทีมสาธารณสุขก่อน และต้องปฏิบัติตามมาตรการอย่างเคร่งครัด เช่น  ต้องไม่มีการไปมาหาสู่กันระหว่างญาติพี่น้องเป็นการกักตัวที่ต้องอาศัยจิตสำนึก

เมื่อเข้ามาในพื้นที่ ทีมสาธารณสุข ทีมสอบสวนโรค  จะตรวจคัดกรอง หากพบว่าติดเชื้อก็ส่งไปรักษาที่ รพ.ดอนตาล ขณะที่คนที่ยังไม่มีอาการก็จะต้องไปกักตัว 14 วัน ในพื้นที่ตามความประสงค์ ใครไม่พร้อมก็มากักตัวที่ LQ ที่เราจัดเตรียมไว้  ในระหว่างนี้ก็จะมีจะมี เจ้าหน้าที่ สาธารณสุข รพ.สต.  ทีมสอบสวนโรค และอสม.ประจำแต่ละหมู่บ้าน รับผิดชอบเข้าดูแล ติดตาม สถานการณ์อาการ โดยจะ SWAB 2 รอบ หากปลอดเชื้อ ก็สามารถกลับไปใช้ชีวิตปกติกับครอบครัวได้

นอกจากนี้นายนัฐพลยังกล่าวถึงการจัดเตรียมสถานที่กักตัว  LQ  ว่า พื้นที่เลือกใช้ อุทยานสมเด็จย่า(ฐานปฏิบัติการวรพัฒน์)  โดยมีทีมสาธารณสุขจังหวัด เจ้าหน้าที่องค์การบริหารส่วนจังหวัดมุกดาหาร  นายอำเภอดอนตาล   โรงพยาบาลดอนตาล ร่วมกันเข้าประเมินพื้นที่และวางผังเพื่อดำเนินการ ซึ่งพื้นที่กักตัวนี้จะรองรับผู้ที่เดินทางมาจากกลุ่มเสี่ยง และผู้ที่รักษาหายแล้วต้องกักตัวเพิ่มอีก14วัน ซึ่งทั้งสองกลุ่มจะจัดโซนกักตัวอย่างชัดเจน

ในการบริหารจัดการดูแล การดูแลมาตรการความสะอาด  การฆ่าเชื้อ จะเป็นหน้าที่ ของรพ.และ รพ.สต. ขณะที่ทางเทศบาลจะดูแลเรื่องอาหาร  ที่นอน หมอน มุ้ง ส่วน กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน  อปพร. จะดูแลความปลอดภัย ทั้งนี้ ในระหว่างกักตัว หากมีอาการ โรงพยาบาลดอนตาลจะมารับตัว เพื่อไปตรวจหาเชื้อที่โรงพยาบาล แต่หากเป็นกรณีฉุกเฉิน จะมีรถเฉพาะกิจของเทศบาล ที่จัดเตรียมไว้สำหรับภารกิจนี้โดยเฉพาะนำส่ง โรงพยาบาลแทน

ขณะเดียวกันนายกเทศมนตรีตำบลดอนตาลผาสุกเปิดเผยเพิ่มเติมว่าจากการประเมินสถานการณ์ในพื้นที่มีจำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆและมีประชาชนทยอยขอเดินทางกลับเข้ามายังภูมิลำเนาอย่างต่อเนื่องซึ่งหากทยอยกลับมาวันละ 5 – 6 เคส เชื่อว่ายังมีศักยภาพในการดูแลได้ตามระบบที่วางไว้ แต่หากมีประชาชนแจ้งความจำนงกลับมามากกว่า 10 คนต่อวัน หรือมากกว่านั้น ต้องยอมรับว่ายังมีข้อจำกัดในหลายด้าน ทั้งเรื่องบุคลากร อุปกรณ์ป้องกันตัวเจ้าหน้าที่ด่าน  ทั้งนี้จังหวัดมุกดาหารมีคำสั่งตรงให้เปิดโรงพยาบาลในพื้นที่อำเภอดอนตาล เพื่อดูแลผู้ป่วยโควิด 19 ระดับสีเขียว ซึ่งสามารถรองรับได้ 80 เตียง ขณะนี้มีผู้ป่วยเข้ามารักษาแล้วจำนวน 46 ราย

หากพบผู้ป่วยระดับสีเหลือง สีแดง จะนำส่ง รพ.จังหวัด เนื่องจาก รพ.สนามของเรายังไม่มีความพร้อม หรือศักยภาพในการดูแลผู้ป่วยในขั้นได้ นอกจากนี้เรายังขาดอุปกรณ์ ในการป้องกัน เช่น ชุดPPE และความพร้อมในด้านบุคลากร ซึ่งเกินกำลังในการจัดการดูแล อย่างไรก็ตามในการทำงานเจ้าหน้าที่สาธารณสุขของเราได้ทำงานร่วมกับเจ้าหน้าที่ รพ.ดอนตาล เป็นหลัก ส่วนทางท้องถิ่นก็ดูแลเรื่องการจัดหาเตียง ทำเตียง กั้นพื้นที่      วางระบบไฟฟ้าประปา และเรื่องความสะอาด ซึ่งขณะนี้กำลังดำเนินการ หาที่พักขยะติดเชื้อเพื่อจัดการขยะติดเชื้อ ป้องกันแพร่ระบาดด้วย   

นายนัฐพลกล่าวทิ้งท้ายว่า  จากการที่ในพื้นที่มีคนติดเชื้อเพิ่มมากขึ้นทุกวัน  ทำให้ชาวบ้านหวาดกลัวและระมัดระวังป้องกันตัวเองมากขึ้น ในขณะที่ท้องถิ่นก็ยังเดินหน้าให้ความรู้ประชาชนทุกช่องทาง เพื่อให้เกิดความตื่นตัว รับมือกับโควิด 19 อย่างมีสติไม่ตื่นตูมหรือหวาดกลัวจนเกินเหตุ

ขณะเดียวกันเราก็ต้องวางระบบความปลอดภัยให้ชาวบ้านมั่นใจ มีการคัดแยกให้ชัดเจน คนที่ติดเชื้อก็รักษาตัวเอง คนที่เสี่ยงก็เข้าไปกักตัว  ซึ่งตรงนี้เป็นสิ่งสำคัญมากที่จะต้องดำเนินการให้รัดกุม เพื่อที่ทุกคนจะสามารถใช้ชีวิตได้อย่างปลอดภัยร่วมกัน.

#เครือข่ายร่วมสร้างชุมชนท้องถิ่นน่าอยู่
#ชุมชนเข้มแข็ง
#สสส
#ชุมชนท้องถิ่น รู้รับ ปรับตัว