‘อบต.พิมาน’ผนึกกำลัง ‘12อปท.-สสส.’ พัฒนาท้องถิ่นจัดการตนเอง‘รู้รับปรับตัว’

7 มิถุนายน 2565 สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับ องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) พิมาน ต.พิมาน อ.นาแก จ.นครพนม พร้อมด้วย องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) เครือข่าย 12 แห่ง และเครือข่ายร่วมสร้างชุมชนท้องถิ่นน่าอยู่ จัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ภายใต้โครงการพัฒนาชุมชนท้องถิ่นจัดการตนเองสู่การรู้รับปรับตัว เมื่อวันที่ 6 มิ.ย. 2565 ที่ผ่านมา ณ ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงตำบลพิมาน
นายบัญชา ศรีชาหลวง นายก อบต. พิมาน กล่าวว่า อบต.พิมาน ก่อตั้งขึ้นในปี 2540 มีพื้นที่ 50.06 ตร.กม. ประชากร 11 หมู่บ้าน ประมาณ 6,000 คน ในช่วงแรกมีงบประมาณน้อย และการพัฒนาส่วนใหญ่ยังมุ่งเน้นด้านโครงสร้างพื้นฐาน ยังไม่มีการนึกถึงด้านคุณภาพชีวิต กระทั่งต่อมาได้เรียนรู้กระบวนการค้นหาต้นทุนในพื้นที่ หมายถึงว่าในพื้นที่นี้มีอะไรดีบ้าง

โดยข้อค้นพบประการแรกคือ ต.พิมาน มีเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ ในยุคสมัยหนึ่งเคยเป็นพื้นที่มีความขัดแย้งทางความคิดถึงขั้นสู้รบระหว่างคนไทยด้วยกันเอง ปัจจุบันมีสถานที่สำคัญเพื่อรำลึกถึงช่วงเวลาดังกล่าวคือ อนุสรณ์สถานแห่งความสงบ รู้รักสามัคคี ภูพานน้อย เดิมที่นี่เป็นฐานปฏิบัติการทางทหาร ซึ่งในปี 2516  พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (ในหลวงรัชกาลที่ 9) เสด็จฯ เยี่ยมทหารและประชาชน โดยคำว่า รู้รักสามัคคี ที่เป็นชื่ออนุสรณ์สถานแห่งนี้ ก็มาจากพระบรมราโชบายของพระองค์ท่าน

นอกจากนั้น อบต.พิมาน ยังขอเช่าพื้นที่ป่าภูพาน เนื้อที่ 515 ไร่ จากกรมป่าไม้ สำหรับเป็นสถานที่ฝึกอบรมเด็กและเยาวชนด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ซึ่ง กลุ่มเยาวชนตำบลพิมาน เคยได้รับรางวัลลูกโลกสีเขียวมาแล้ว อีกทั้งยังมีแหล่งเรียนรู้พลังงานทดแทนจากต้นยางนา โดยนำน้ำมันยางนามาทดลองใส่ในรถไถซึ่งก็สามารถใช้การได้ปกติ เป็นการลดค่าใช้จ่ายในช่วงที่น้ำมันมีราคาแพง จึงส่งเสริมให้ปลูกต้นยางนาในพื้นที่ พร้อมไปกับส่งเสริมการปลูกป่า
สำหรับตัวอน่างการรู้รับปรับตัว เช่น ช่วงน้ำท่วมใหญ่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เมื่อปี 2560 เวลานั้นในพื้นที่ ต.พิมาน มี 2 หมู่บ้านถนนถูกน้ำท่วมตัดขาด แต่ด้วยความพร้อมของ 4 องค์กรหลัก คือท้องถิ่น ท้องที่ ภาคเอกชนและประชาชน ผ่านกระบวนการมีส่วนร่วมพูดคุยกันมาอย่างต่อเนื่องภายใต้หลักคิดรู้รักสามัคคี ทำให้เกิดศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบภัยขึ้น มอบหมายหน้าที่และส่งต่อกัน เมื่อมีสถานการณ์ทุกคนก็มาพร้อมกัน ต่อมาในปี 2562 เกิดวาตภัย ลมแรงพัดถล่มบ้านเรือนพังเสียหาย 57 หลัง ซึ่งก็มีการตั้งกองทุนฉุกเฉินรับมือภัยพิบัติมาสนับสนุน

หรือสถานการณ์ไข้เลือดออก มาจนถึงการระบาดของไวรัสโควิด-19 ก็เช่นกัน ซึ่งมีการบูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาร่วมรับมือ ผ่านระบบเฝ้าระวังสุขภาพหนึ่งเดียว (PODD) แอปพลิเคชั่นที่พัฒนาโดยมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ สำหรับแจ้งเหตุภัยพิบัติรวมถึงโรคระบาดทั้งในคนและสัตว์ โดยผู้รับผิดชอบแต่ละฝ่ายจะต้องติดตั้งแอปฯ นี้เพื่อให้ได้รับทราบข้อมูลพร้อมกัน มีการถ่ายรูป ระบุพิกัดตำแหน่งของภาพ และคำบรรยายการแจ้งเหตุ เพื่อคำนวณรัศมีพื้นที่ที่ต้องควบคุมสถานการณ์ไว้ ซึ่งในอนาคตจะปรับปรุงระบบให้ใช้แจ้งเมื่อพบสาธารณูปโภคชำรุดด้วย

“เมื่อเรามีความพร้อม เราได้ประสบการณ์ สิ่งสำคัญเรื่องข้อมูลอันดับแรก เรารู้ทุกหมู่บ้านต้องรายงานประชากรที่อยู่ในหมู่บ้านตัวเองแล้วไปอยู่ต่างพื้นที่ที่เป็นพื้นที่เสี่ยงเท่าไร และจะมีการเคลื่อนย้ายเท่าไร ตอนนั้นสังคมไม่ยอมรับให้เข้าไปอยู่ร่วมบ้าน ฉะนั้นต้องแยกที่กักกัน ตำบลพิมานเรามีความพร้อม อบต. มีบ้านพอเพียง 11 หลัง จัดไว้เพื่อให้ทุกคนมีส่วนร่วม ทุกคนออกเงินเองไม่ได้ใช้เงินทุนของ อบต. จากนโยบายร่วมคิดร่วมทำ ใช้ตรงนั้นเป็นสถานที่กักกันผู้มาจากพื้นที่เสี่ยง เป็น LQ เป็น CI เป็นอะไรหลายๆ อย่างตามสภาวะการณ์ที่อำเภอไม่สามารถรองรับได้ เรามีความร่วมมือกับผู้นำทุกภาคส่วนในการไปเฝ้าเวรยาม” นายบัญชา กล่าว
นายก อบต. พิมาน ยังกล่าวอีกว่า เครือข่ายที่พูดคุยและขับเคลื่อนไปด้วยกันครั้งนี้ คือ 12 อปท. ที่กระจายอยู่ใน 5 อำเภอของ จ.นครพนม แต่ก็คาดหวังว่า อปท. กว่า 100 แห่ง ทั่วทั้งจังหวัดจะขับเคลื่อนเรื่องชุมชนตั้งรับปรับตัวไปพร้อมกัน เพราะการรับมือโรคระบาดหรือภัยพิบัติต่างๆ หากเรียนรู้ร่วมกันภายใต้กระบวนการเดียวกัน แม้จะเปลี่ยนไปตามบริบทแต่ละพื้นที่ ย่อมจะนำไปสู่การดูแลคุณภาพชีวิตของประชาชนได้

นายประกาศิต กายะสิทธิ์ รองผู้จัดการกองทุน สสส. กล่าวว่า หากชุมชนเข้มแข็ง สามารถสร้างวัฒนธรรมการทำงาน และสร้างคนรุ่นใหม่ในการทำงาน ไม่ว่ามีปัญหาใดเข้ามาก็สามารถช่วยเหลือตนเองก่อน ซึ่งก็สอดคล้องกับคำว่ารู้รับปรับตัว หมายถึงมีความพร้อมในการปรับตัวเข้ากับเหตุอุบัติใหม่ไม่ว่าจะเป็นเรื่องใดก็ตาม หรือก็คือล้มเร็ว-ลูกเร็ว และสามารถเดินไปข้างหน้าต่อได้  โดยปัจจุบันมีเครือข่ายเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ และพิมานก็เป็นหนึ่งในนั้น ขณะเดียวกันข้อมูลเป็นสิ่งสำคัญมาก เช่น การไหลของมวลน้ำช่วงน้ำท่วม บ้านไหนเป็นอะไรบ้างในสถานการณ์โควิด-19 เป็นต้น

“ถ้าไม่มีข้อมูลก็ยากจะไปช่วยเขา ทรัพยากรมีจำกัด การกระจายทรัพยากรมันต้องมีข้อมูลประกอบที่เหมาะสม ข้อมูลเป็นสิ่งสำคัญ เป็นสิ่งที่สำนัก 3 (สำนักสนับสนุนสุขภาวะชุมชน สสส.) ยืนยันมาตลอด ถ้าจะมาเป็นเครือข่ายกับเรา เราขอเถอะทำข้อมูลก่อน แล้วข้อมูลเป็นของท่าน แล้วท่านสามารถยกระดับการทำงานของมันได้เรื่อยๆ ไม่ใช่ข้อมูลของ สสส. เป็นข้อมูลของท่าน มีข้อมูลชุมชน ข้อมูลทุนเดิม ข้อมูลสถานะทางสุขภาพต่างๆ ท่านสามารถใช้ข้อมูลตรงนี้ยกระดับงานได้ อยากให้ใช้ประโยชน์จากมัน สสส. สนับสนุนเครื่องมือ สนับสนุนการอบรม สนับสนุนระบบ ทำให้ท่านทำข้อมูลได้อย่างต่อเนื่อง” นายประกาศิต กล่าว

ด้าน นายสมพร ใช้บางยาง ประธานเครือข่ายร่วมสร้างชุมชนท้องถิ่นน่าอยู่ ซึ่งเข้าร่วมงานผ่านทางออนไลน์ กล่าวว่า การเข้ามาของวิถีแบบทุนนิยม-เสรีนิยม ซึ่งชุมชนไม่ทันตั้งรับนั้นก่อให้เกิดผลกระทบต่อสังคม เช่น ครอบครัวที่เคยทำมาหากินอยู่ด้วยกันในชุมชน เมื่อมีระบบโรงงานเข้ามาคนเป็นพ่อแม่ก็ถูกดึงเข้าสู่โรงงานไปอยู่ในระบบเมือง เป็นการทำลายระบบครอบครัวหรือเครือญาติที่เคยเข้มแข็ง นอกจากนี้ยังส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมด้วย เช่น ดิน น้ำ ป่า แร่ธาตุ ถูกนำไปใช้ประโยชน์ในระบบทุน รวมถึงก่อให้เกิดมลพิษ ขณะเดียวกันยังเกิดปัญหาความเหลื่อมล้ำ ช่องว่างระหว่างคนรวยกับคนจน ซึ่งไม่ได้เกิดเฉพาะในประเทศไทยแต่เป็นไปทั่วโลก 

“องค์การสหประชาชาติ (UN) เห็นประเด็นตรงนี้ทั่วโลกที่มันเกิดขึ้น จึงได้กำหนดเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ขึ้นมาในการพัฒนาโลก ฉะนั้นสิ่งต่างๆ เหล่านี้จึงเป็นสิ่งจำเป็นที่เราต้องเรียนรู้และปรับตัวเข้ากับมันให้ได้ เพื่อที่จะไปสู่เป้าหมายที่สำคัญที่สุดที่ผู้หลักผู้ใหญ่เป็นห่วง องค์การสหประชาชาติเองก็เป็นห่วง นั่นคือถ้าเราปล่อยให้สถานการณ์เป็นไปเช่นนี้ ความยั่งยืนจะไม่เกิดขึ้นอย่างแน่นอน โดยเฉพาะผลกระทบที่เกิดขึ้นกับชุมชนฐานราก” นายสมพร กล่าว
ทั้งนี้ ภายในงานยังมีการจัดนิทรรศการแสดงผลงานของชุมชนด้วย อาทิ การกำจัดขยะซึ่งเป็นการแปลงขยะที่รีไซเคิลได้ให้เป็นทุนสำหรับใช้ประโยชน์ในกิจการของชุมชน กิจกรรมกลุ่มอาชีพของผู้สูงอายุ การสาธิตการใช้ประโยชน์จากน้ำมันยางนา เป็นต้น

แหล่งข่าว

แนวหน้า : >>https://www.naewna.com/local/658671
ผู้จัดการ : >> https://mgronline.com/qol/detail/9650000053828
บ้านเมือง : >> https://www.banmuang.co.th/news/region/283226
สยามรัฐ : >> https://siamrath.co.th/n/354459
สำนักข่าว กรมประชาสัมพันธ์ : >> https://thainews.prd.go.th/…/detail/TCATG220606193902924
77ข่าวเด็ด : >> https://www.77kaoded.com/news/tawee/2295693
ข่าวความมั่นคงออนไลน์ : >> www.ข่าวความมั่นคงออนไลน์.com/?p=152195