สภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นทั่วโลก ทั้งยุโรป สหรัฐอเมริกา ต่างเผชิญกับพายุหิมะที่ผิดปกติ ขณะที่ประเทศไทยฝนตกหนัก อากาศเย็นจัดในฤดูร้อน สัญญาณจากธรรมชาติเริ่มเตือนให้เตรียมความพร้อมเพื่อรับมือ

ดร.ธีรภัทร  ประยูรสิทธิ   รองประธานกรรมการปฏิรูปด้านทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม กล่าวถึงสภาพธรรมชาติที่เปลี่ยนแปลงไปในงาน เวทีสานพลังชุมชนท้องถิ่นเข้มแข็งสู่เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนครั้งที่ ๒ ประจำ๒๕๖๑ “ศาสตร์ของพระราชากับการสร้างเสริมสุขภาวะชุมชน” ระหว่างวันที่ ๑-๓ มีนาคม  โดย สำนักสนับสนุนสุขภาวะชุมชน สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส )

ดร.ธีรภัทร  ระบุว่า สภาพทรัพยากรที่เสื่อมโทรมคือปัจจัยที่ทำให้เกิดปัญหาโลกร้อนจนทำให้เกิดความแปรปรวนเกิดขึ้น ซึ่งหากไม่มีการเตรียมความพร้อมเพื่อรับมือในเรื่องเหล่านี้อาจจะต้องเผชิญปัญหาหนักหน่วงมากขึ้น

การทำลายทรัพยากรยังคงเกิดขึ้น โดยการตัดไม้ทำลายป่าและการบุกรุกยังมีอยู่อย่างต่อเนื่องแม้ว่าจะปิดสัมปทานป่าไม้มานานแล้วก็ตาม  โดยผู้บุกรุกแบ่งออกเป็นสองกลุ่มคือกลุ่มคนรวยที่ต้องการที่ดินมาเพื่อท่องเที่ยวทำรีสอร์ท และกลุ่มคนจนชายป่าที่ไม่มีทางเลือกต้องการที่ดินทำกิน เช่นเดียวกับการล่าสัตว์ป่ายังคงเกิดขึ้น ในกลุ่มคนรวยที่ต้องการล่าเพื่อความสนุก ไม่ใช่การเข้าไปหาสัตว์ป่าเพื่อกินเพื่ออยู่เหมือนชาวบ้านชายป่า

รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรปี ๒๕๖๐ จึงบัญญัติให้มีการปฏิรูปทรัพยากรเพื่อสร้างความยั่งยืนให้เกิดขึ้น โดยคณะกรรมการปฏิรูปด้านทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม จึงวางแผนปฏิรูปทรัพยากรทั้งในเรื่องของการจัดการป่าไม้ อากาศ น้ำ เพื่อทำให้เกิดความมั่นคงทางอาหารและสร้างความยั่งยืน

“อนาคตหลังจากที่แผนปฏิรูปทรัพยากรธรรมชาติแล้วเสร็จ สิ่งที่จะเกิดขึ้นคือพื้นที่ป่าไม้๑๐๒  ล้านไร่ หรือร้อยละ๓๒ จะต้องยังรักษาเอาไว้ไม่ให้ลดลงเพื่อให้ทุกคนได้ใช้ประโยชน์ นอกจากนี้จะต้องฟื้นฟูให้เพิ่มมากขึ้น”

แผนปฏิรูปการจัดการทรัพยากรจะไม่ประสบความสำเร็จหากชุมชนท้องถิ่นไม่ให้ความร่วมมือ โดยดร.ธีรภัทร   กล่าวว่า จากเดิมที่เคยทำหน้าที่เป็นผู้ถือกฎหมายและจับกุมชาวบ้านทำผิด ตอนนี้เห็นว่าความร่วมมือกับชุมชนท้องถิ่นในการปกป้องทรัพยากรคือหัวใจจะรักษาพื้นที่ป่าไม้เอาไว้