ปฏิรูประบบปฏิบัติการชุมชนท้องถิ่นสู่เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน

โดย  ขนิษฐา นันทบุตร

 

เรียนท่านสมพร ใช้บางยาง ประธานเครือข่ายร่วมสร้างชุมชนท้องถิ่นน่าอยู่ คณะกรรมการบริหารแผนของกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ ผู้จัดการสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ ท่านผู้บริหารภาคีความร่วมมือกับสสส. ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนสุขภาวะชุมชน ผู้ทรงคุณวุฒิ และเพื่อปฏิรูประบบปฏิบัติการชุมชนท้องถิ่นสู่เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน-_Final.pdf” title=”ปฏิรูประบบปฏิบัติการชุมชนท้องถิ่นสู่เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน _Final”]นสมาชิกเครือข่ายร่วมสร้างชุมชนท้องถิ่นน่าอยู่ทุกท่าน

 

ใคร่ขอเรียนผลการประมวลจากเวทีสานพลังชุมชนท้องถิ่นเข้มแข็งสู่เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน ศาสตร์ของพระราชากับปฏิบัติการสร้างเสริมสุขภาวะชุมชน ใน ๒ วันที่ผ่านมา เป็น ๓ ส่วนคือ

 

ส่วนที่ ๑ ประมวลระบบปฏิบัติการชุมชนท้องถิ่นเข้มแข็ง ใน ๓ กลุ่มปฏิบัติการ และ ๒ ปัจจัยสนับสนุนการจัดการระบบ ได้แก่

 

ปฏิบัติการระบบนิเวศชุมชน

ครอบคลุมงานและกิจกรรมของชุมชนท้องถิ่นในการ

จัดการดินด้วยการสร้างผู้นำสืบทอด  สร้างความเข้มแข็งการในการจัดการ ใช้ประโยชน์ อนุรักษ์ และ ฟื้นฟู  จัดทำและใช้ข้อมูล

จัดการน้ำทุกรูปแบบให้มีน้ำเพียงพอและปลอดภัยสำหรับการบริโภค การอุปโภคในชุมชน

จัดการป่าด้วยการเรียนรู้ ใช้ประโยชน์จากป่า อนุรักษ์ป่า รวมทั้งการจัดทำข้อมูลและข้อตกลงในพื้นที่

การจัดการอาหาร เน้นงานเกี่ยวกับการเพิ่มการเข้าถึงอาหารความเพียงพอของอาหาร ส่งเสริมอาหารสุขภาพ

การจัดการภัยพิบัติ เป็นส่วนที่เกี่ยวกับการเตรียมความพร้อมทั้งก่อนเกิดและเมื่อเกิดภัยพิบัติ ให้ทุกภาคส่วนสามารถลดความรุนแรงต่อชีวิตและทรัพยากร

การจัดการขยะ เน้นการจัดการที่ครบวงจร โดยใช้กองทุนหรือสถาบันการเงินชุมชน มาส่งเสริม ร่วมกับการปรับการแปรรูปขยะให้เป็นอาชีพ

 

ปฏิบัติการระบบเศรษฐกิจชุมชนและความมั่นคงของชุมชน ประกอบด้วย ๔ ส่วน คือ

การพัฒนาอาชีพ เพื่อสร้างรายได้ สร้างงานทั้งอาชีพดั้งเดิมและการส่งเสริมวิสาหกิจชุมชน มีการขยายครัวเรือนเพิ่มผลิตภัณฑ์สร้างตลาดชุมชน และ ใช้ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจชุมชน รวมทั้งสนับสนุนการจ้างงาน

การจัดการกองทุนและสถาบันการเงินชุมชนเพื่อส่งเสริมการออม และ การจัดการเงินเพื่อการผลิต เพิ่มการมีเงินหมุนเวียนใช้จ่ายในชุมชน  อันเป็นการสร้างวินัยการจัดการการเงินและทักษะการบริหารกองทุนอย่างโปร่งใส

การจัดการพลังงานทางเลือกเพื่อลดรายจ่าย เน้นการเรียนรู้ประโยชน์ของพลังงานทางเลือกและผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติ มีการพัฒนาต้นแบบของการผลิตพลังงานทางเลือกและการใช้ รวมทั้งการสร้างผลิตภัณฑ์พลังงานทางเลือก

การจัดการทรัพยากรดิน น้ำ ป่า เพื่อสร้างสมดุลย์กับการผลิตอาหารเพื่อการบริโภค และ ผลิตภัณฑ์เพื่อการจำหน่าย มีการสนับสนุนครัวเรือนต้นแบบเกษตรกรรมยั่งยืน รวมทั้งการพัฒนาศักยภาพผู้นำหลายกลุ่มวัย

 

ปฏิบัติการสร้างความเท่าเทียม ทั่วถึง ชุมชนเกื้อกูล เน้นการสร้างชุมชนให้เอื้อต่อการดูแลช่วยเหลือกัน ชุมชนมีความปลอดภัย ด้วยงาน

พัฒนาคุณภาพชีวิตคนทุกกลุ่มวัย ทุกเพศ และคนพิการ ไม่เว้นแม้คนที่มีความยากลำบาก

เพิ่มการเข้าถึงบริการสุขภาพและการช่วยเหลือดูแลทุกรูปแบบทั้งที่บ้าน และ ในหน่วยบริการสุขภาพ

ส่งเสริมกิจกรรมการปรับพฤติกรรมเสี่ยงและการจัดการสภาพแวดล้อมเพื่อลดปัจจัยเสี่ยง

ขยายประชากรเป้าหมายและกิจกรรมการเรียนรู้ ไม่จำกัดเฉพาะการเรียนในระบบการศึกษาแต่เป็นการเรียนรู้ทุกกลุ่มวัย และทุกด้านรวมทั้งด้านอาชีพ การดูแลสุขภาพ ครอบคลุมสถานการณ์และบริบทในพื้นที่

พร้อมกับจัดสรรสวัสดิการให้คนที่อยู่ในสถานการณ์ยากลำบาก

เพิ่มการผลิตอาหารปลอดภัยในชุมชนทั้งระดับครัวเรือนและระดับกลุ่มเกษตรกร รวมทั้งการจัดให้มีอาหารเพียงพอสำหรับคนทุกคน

จัดหาและกระจายน้ำดื่มสะอาดสำหรับทุกครัวเรือน รวมทั้งเพิ่มระบบงานและกิจกรรมเพื่อการอยู่ร่วมกันอย่างสงบและปลอดภัย

 

 

ในส่วนการสนับสนุนระบบปฏิบัติการหลักที่ตอบสนองเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน ทั้ง ๓ กลุ่ม นั้น

เครื่องมือสร้างความเข้มแข็งของชุมชนท้องถิ่น เป็นการสรุปบทเรียนการนำใช้เครื่องมือที่เครือข่ายมีประสบการณ์การใช้ ออกเป็น ๓ กลุ่ม คือ

เครื่องมือสำหรับการเรียนรู้ เครื่องมือสร้างนวัตกรรม และ เครื่องมือประเมิน

โดยเน้นกระบวนการของการใช้เครื่องมือเพื่อให้เห็นข้อมูล อธิบายสถานการณ์ต่างๆในพื้นที่ เช่น ปัญหา กลุ่มประชากรสำคัญที่ต้องการการช่วยเหลือ กลุ่ม องค์กร เครือข่าย นโยบาย แผน โครงการ ต่างๆ หน่วยงาน ซึ่งทำให้ชุมชนสามารถเรียนรู้สภาพการณ์ของตนเองได้ รวมทั้งสามารถสร้างความเข้าใจผลกระทบจากสถานการณ์ต่อสุขภาวะของประชาชนในพื้นที่ ผลกระทบจากนโยบาย แผนที่ดำเนินการอยู่ อันนำไปเป็นฐานของการสร้างและพัฒนางาน ที่เรียกว่า นวัตกรรม ได้ รวมทั้งสามารถใช้เครื่องมือการประเมินมาวิเคราะห์ แนวทางการทำงาน ที่เป็นฐานสำคัญของวงจรการพัฒนางานต่อเนื่องไปได้ โดยการใช้เครื่องมือทั้งหลาย ไม่ได้จำกัดเฉพาะส่วนที่เกิดขึ้นจากการสนับสนุนของแผนสุขภาวะชุมชนเท่านั้น แต่ รวมถึงเครื่องมืออื่นๆที่ชุมชนท้องถิ่นสามารถเลือกมาเพิ่มเติมให้เป็นการเสริมแรงกันด้วย

 

การวิจัยและพัฒนาชุมชนท้องถิ่นด้วยสถาบันวิชาการคู่ความร่วมมือ

 

การทำงานของสถาบันวิชาการ ที่เป็นคู่ความร่วมมือกับชุมชนท้องถิ่นที่เป็นศูนย์จัดการเครือข่ายหรือ มหาวิชชาลัย และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเครือข่าย เน้นการวิจัยและพัฒนาชุมชนแบบมีส่วนร่วม โดยเป็นงานวิจัยและพัฒนาที่สอดรับกับบริบทปัญหาและความจำเป็นของชุมชนท้องถิ่นด้วยการร่วมกันค้นหาโจทย์การวิจัยที่เป็นไปตามสถานการณ์ของแต่ละพื้นที่ของชุมชนท้องถิ่นและมหาวิทยาลัยมีความเชี่ยวชาญและพร้อมที่จะดำเนินการวิจัยและพัฒนาได้ เป็นประโยชน์กับชุมชน ตอบสนองภารกิจของสถาบันวิชาการที่ต้องมุ่งมั่นให้เกิดการทำงานร่วมกันอย่างเป็นระบบ ปรับบทบาทและวิธีการทำงานให้เอื้อต่อการพัฒนาความเชื่อมั่นให้กันและกัน เป็นการพัฒนาอาจารย์ นักศึกษา เคียงคู่กับการพัฒนาชุมชน และ นักวิจัยของชุมชนท้องถิ่น เป้าหมายสำคัญของคู่ความร่วมมืออยู่ที่การสร้างการเปลี่ยนแปลงทางสังคมให้เกิดกับทั้งสถาบันวิชาการและชุมชนท้องถิ่น

 

 

ส่วนทื่ ๒ ประสานกระบวนการปฏิรูประบบปฏิบัติการ

 

สามารถสรุปได้ ๔ กระบวนการย่อย คือ

  • กระบวนการจัดการข้อมูล เป็นการค้นหา จัดเก็บ วิเคราะห์ เลือกใช้ และ พัฒนาหรือเพิ่มเติม ให้ข้อมูลมีความพร้อมในการใช้ตามโจทย์การพัฒนา
  • กระบวนการสรุปบทเรียน เน้นการทำความเข้าใจ ทบทวนวิธีการ วิเคราะห์ปัจจัย และเงื่อนไข วิเคราะห์ คนทำที่เหมาะสม วิเคราะห์ผล ที่เกิดขึ้น วิเคราะห์เลือกวิธีหรือพัฒนาวิธีทำใหม่ รวมทั้ง หาคนทำงานร่วมด้วย
  • กระบวนการเทียบเคียงบทเรียน เป็นการนำเสนองานที่บังเกิดผลจริง แลกเปลี่ยนเรียนรู้ เทียบเคียงพื้นที่อื่น เทียบเคียงกับวิชาการ รวมทั้งเพิ่มหรือสร้างจินตนาการเพื่อการขยายและต่อยอดงาน
  • กระบวนการตัดสินใจ เป็นการเลือกใช้ แต่งเติม ปรับเปลี่ยน หรือสร้างใหม่ ให้ปฏิบัติการมีประสิทธิภาพมากขึ้น

 

ส่วนที่ ๓ ประกอบส่วนพิมพ์เขียว Blue Print ปฏิรูประบบปฏิบัติการ

 

เป็นแบบร่าง หรือ ที่เรียกว่า เมนูชุดกิจกรรม เพื่อให้ระบบปฏิบัติการปรากฏรูปร่างมีความสมบูรณ์ตามผลการสังเคราะห์จากความรู้ ๔ ส่วนอันได้แก่ ความรู้จากการปฏิบัติจนเกิดเป็นผลดี ความรู้ที่สังคมให้การยอมรับได้เห็นพ้องต้องกัน ความรู้จากทฤษฎีที่สามารถอธิบายปฏิบัติการนี้ได้ และจินตนาการที่เพิ่มเติมเต็มจากการวิเคราะห์คาดการณ์อนาคตอย่างเท่าทัน

อันประกอบด้วย การสร้างการรับรู้ข้อมูล การสร้างการเรียนรู้ให้คน และ การสร้างการเปลี่ยนแปลงให้กับงาน และ ปฏิบัติการ

 

การสร้างการรับรู้ข้อมูล เป็นการปฏิรูประบบการสร้างความรู้และปัญญาของชุมชนท้องถิ่นให้สามารถใช้ประโยชน์ได้จริง สามารถถ่ายทอดและเป็นที่ยอมรับได้ โดยเริ่มที่

  • การรวมรวมข้อมูลที่แสดงปัญหา ผลกระทบ ประชากรเป้าหมายที่ต้องการความช่วยเหลือ ปัจจัยและสาเหตุ แผน โครงการ บริการ งานวิธีทำ กระบวนการ ขั้นตอน บทบาท หน้าที่ของผู้ปฏิบัติและผู้เกี่ยวข้องให้เห็นสถานการณ์ของชุมชน
  • การวิเคราะห์ข้อมูลให้เป็นสารสนเทศ เพื่อการสื่อสาร นำเสนอ หยิบประเด็นปัญหา ประเด็นศักยภาพ นำไปสู่การตั้งข้อสังเกตเพื่อการจัดการปฏิบัติการให้เหมาะสม
  • การสังเคราะห์ ความสัมพันธ์ของสถานการณ์ ประเด็น ปัญหา แนวทางการแก้ไข ให้เกิดเป็นความเข้าใจ จนสามารถปรับงานได้ การสังเคราะห์นี้เป็นผลจากการเทียบเคียงกับความรู้ทั่วไป และ ทฤษฎี ด้วย
  • การสรุปแก่นความรู้ ที่อธิบายบริบทของปฏิบัติการในการจัดการให้เกิดผลกระทบสู่เป้าหมายชุมชนท้องถิ่นเข้มแข็งได้ สามารถคาดการณ์สถานการณ์อนาคตที่แม้มีการเปลี่ยนแปลง พร้อมทั้งมีทางออกในการอธิบายและแก้ไข สถานการณ์ได้ด้วย ซึ่งสรุปได้ว่าเป็น ปัญญา ของชุมชนท้องถิ่น

 

การสร้างการเรียนรู้ให้คน เน้นการเรียนรู้จากการปฏิบัติการจริง เป็นการเรียนรู้ ๔ ส่วนคือ

  • เรียนรู้จากงาน ด้วยการออกแบบงาน การขับเคลื่อนงาน การสรุปงาน สรุปบทเรียนการทำงาน การสรุปข้อมูลสารสนเทศ และความรู้ที่เกิดขึ้นในงาน รวมทั้ง การคิดวิเคราะห์ให้เกิดความรู้ ทำให้สร้างปฏิบัติการใหม่ ได้เสมอ
  • เรียนรู้จากบทบาท ที่มีหลายบทบาท หลายหน้าที่ รวมทั้งความสัมพันธ์ของผู้ปฏิบัติงานร่วมกัน คนหนึ่งคนทำมากกว่า หนึ่งบทบาท หน้าที่ ทำให้สามารถวิเคราะห์ความแตกต่างของบทบาท หน้าที่ ได้
  • เรียนรู้จากบทเรียนของการทำงานร่วมกัน หลายคน หลายงาน ต่างหน้าที่ ต่างบทบาท ต่างองค์กร ต่างบริบท ต่างวัฒนธรรม และ ต่างสถานการณ์ ทำให้สามารถเลือกกระทำเอง สนับสนุนผู้อื่น รวมทั้งให้ความช่วยเหลือทีมทำงาน ได้อย่างเหมาะสม
  • เรียนรู้สถานการณ์และการเปลี่ยนแปลงของชุมชน สังคมโลก รวมทั้งแนวโน้ม ผลกระทบต่อชุมชนและสังคม ทำให้สามารถเฝ้าระวังผลกระทบจากหลายสถานการณ์ได้

 

การสร้างการเปลี่ยนแปลงให้กับงานและปฏิบัติการ ประกอบด้วยการจัดระบบงานใหม่ การเพิ่มศักยภาพผู้ปฏิบัติหลักของแต่ละระบบ ตามคุณลักษณะการจัดการตนเองของชุมชนท้องถิ่น โดยกระบวนการจัดการตนเองเกิดเป็นวงจร ประสบการณ์การจัดการตนเอง ที่เกิดขึ้นต่อเนื่อง แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของชุมชนท้องถิ่น เป็นระยะของความเชี่ยวชาญ ตั้งแต่

สามารถจัดระบบต่างๆของชุมชนได้ ซึ่งเป็นเป้าหมายการพัฒนาของชุมชนท้องถิ่นเครือข่าย

พัฒนาจนมีงานเด่นและเป็นอัตลักษณ์ มีความรู้และวิทยากรที่เชี่ยวชาญสามารถอธิบาย ให้คนอื่นได้ ซึ่งศูนย์เรียนรู้ ศูนย์เชี่ยวชาญ มีลักษณะเช่นนี้

รวมทั้งสามารถตกผลึกสังเคราะห์ประสบการณ์เป็นความรู้ของชุมชนท้องถิ่นได้จนสามารถถ่ายทอด ฝึกอบรม หรือ เป็นครู ให้กับพื้นที่อื่นได้ เช่น ศูนย์ฝึกอบรมหรือ มหาวิชชาลัย

 

โดยสรุป การปฏิรูป เพื่อการพัฒนาชุมชนท้องถิ่นเข้มแข็ง จัดการตนเอง ยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน ให้บรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนได้นั้น ต้องปรับวิธีการและพัฒนากระบวนการทำงาน ให้เป็นปฏิบัติการใหม่ จึงจะทำให้ระบบปฏิบัติการชุมชนท้องถิ่นมีศักยภาพ สูงขึ้น โดย

  • ปฏิบัติการตนเอง ต้องอาศัยการสร้างฐานมวลชนเข้าร่วมเป็นเจ้าของปฏิบัติการ สร้างความเชื่อมั่น สร้างคุณค่าใหม่ เปลี่ยนวิถีปฏิบัติ สานความสัมพันธ์มาเพิ่มพลังให้กับปฏิบัติการ
  • ปฏิบัติการเครือข่าย โดยเชื่อมโยงเครือข่ายที่หลากหลาย สร้างความเชื่อถือและอยากทำตาม สร้างต้นแบบ บุกเบิกปฏิบัติการ ถ่ายโอนความรู้ จนเครือข่ายขยายวงกว้างขึ้น
  • เทียบเคียงทฤษฎี สร้างทฤษฎีใหม่ เพื่อให้มีที่ยืนในสังคมวิชาการ โดยปฏิบัติได้จริง สามารถอธิบายได้ด้วยหลักวิชา สังเคราะห์ สรุปเป็นความรู้ได้ สร้างผลกระทบจริง สร้างคุณค่าใหม่
  • ใช้จินตนาการ ชี้นำการเปลี่ยนแปลง ทำให้การนำความรู้มาสร้างเงื่อนไขใหม่เพื่อเปลี่ยนอนาคต ให้เท่าทันสถานการณ์ชุมชนและสถานการณ์โลก สามารถรับมือการเปลี่ยนแปลง แล้วสร้างปฏิบัติการใหม่ และสร้างสังคมใหม่ได้

 

จึงจะเป็นการปฏิรูปสังคม ชุมชนท้องถิ่นทั้งระบบตามศาสตร์พระราชาสู่เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน ของชุมชนท้องถิ่น โดยชุมชนท้องถิ่น เพื่อชุมชนท้องถิ่น ได้

ปฏิรูประบบปฏิบัติการชุมชนท้องถิ่นสู่เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน _Final